แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระสมเด็จวัดระฆัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระสมเด็จวัดระฆัง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆังองค์ที่18 somdej wat rakang amulet

พระสมเด็จวัดระฆังองค์ที่18 somdej wat rakang amulet



สวัสดีครับทุกท่าน คราวนี้ผมนำสมเด็จมาให้ชมกันอีกองค์ครับ ความแปลกอยู่ที่พระองค์นี้เขย่าแล้วมีกริ่งอยู่ภายในด้วยครับ ไม่ธรรมดาใช่มั้ย พระแบบนี้มีทั้งแท้และมีทั้งปลอม ที่เค้าปลอมเพราะว่าเคยมีของแท้ครับ!! สมัยก่อนต้องนึกดูก่อนนะครับว่าพระสมเด็จพึ่งจะดังยุคหลังๆมานี่เอง สมัยก่อนพระชุดกิมตึ๋งยังดังกว่าครับ แล้วพระพวกนี้ก็มีมานานแล้วเท่าที่สืบความมาได้จากคนเก่าแกที่ยืนยันกันต่อมาว่ามี ก็เอาหน่าเราได้มาฟรีๆจะไปคิดไรมาก ตอนที่ผมพบเจอในหิ้งพระครั้งแรกก็รู้สึกตื่นเต้นครับ เหมือนได้เจอขุมสมบัติ มีใครมีอาการเหมือนผมมั่งมั้ย ที่ผมชอบเดินซื้อหาของเก่าก็เพราะเหมือนได้ไปดูสมบัติของคนอื่นด้วย มันทำให้ได้ความรู้และได้เปิดโลกทัศน์ให้มากขึ้น ผมว่าการดูพระให้เก๊ ง่ายกว่าการดูพระให้แท้นะครับ ผมจำพระสมเด็จระดับต้นของประเทศได้เกือบทั้งหมด แม้แต่เอาพระกลุ่มนี้มาเทียบกันเองก็ยังมีคุณสมบัติไม่ครบ ถ้ายึดตามเกณฑ์จริงๆในจำนวนนั้นจะหายไปกว่าครึ่ง ผมเองก้สงสัยเหมือนกัน อย่างบางทีแบบประมาณว่าพิมพ์เดียวกัน ผมนั่งมองตะแคงไปมา มันเหมือนกันตรงไหนว่ะ อ้าว...เหมือนก็เหมือน อย่างงี้ถ้าแท้ขายได้เป้นสิบล้านก้ต้องจำไว้ครับ เผื่อจะฟลุ๊ค เข้าเวทีไหนก็ต้องเคารพในเวทีนั้น จะเอาเกณฑ์แบบมวยวัดไปเทียบได้ไงครับ

ผมว่าอนาคตจะมีมหาเศรษฐีหน้าใหม่เพิ่มขึ้นมาแล้วก็จะเอาพระสมเด็จที่ตนครอบครองมาอวด คราวนี้แหละจะมีพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ D E F G H ใครก็ไม่กล้าฮือครับ แท้ก็แท้เจ้านาย



ตรงส่วนนี้อยากให้ดูรอยแตกลายงาจากใหญ่ยิบย่อยแตกแขนงเป็นเส้นเล็ก เนื้อหาอย่างกับกระเบื้อง กระทบโต๊ะหินอ่อนดังกิ๊กๆ มีเศษทอง เศษรักติดอยู่ประปราย รักสีออกม่วงดำ



ตรงส่วนนี้ให้ดุรอยรักที่ทิ้งเอาไว้ แล้วก้ตรงรอยยุบตัว แบบค่อยๆเป็นค่อยไปครับ


ตรงส่วนนี้ ฐานจะหนากว่าปกติครับ ผมลืมบอกไปว่าองคืจริงหนาและใหญกว่าปกติเล็กน้อย 4/3 ของพระสมเด็จทั่วไปตามปกติครับ




ด้านหลังครับ ปาดเรียบงดงาม มีริ้วรอยปรากฎ มีคราบตังอิ้วผุดขึ้นเป็นกลุ่มๆ นี่ก็เป็นจุดที่ควรพิจารณาพลาดไม่ได้ครับ

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆังองค์ที่14 somdej wat rakang amulet

พระสมเด็จวัดระฆังองค์ที่14 somdej wat rakang amulet

สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม
สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม

สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม
สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม




สวัสดีครับ วันนี้เอาพระสมเด็จของลุงมาให้ชมกันอีกแล้ว เล่นแค่ชอบ แท้เองกันไปครับ 555+ ชอบของเราก็พอครับ คุณค่าทางจิตใจก็ก่อเกิด จะแท้จะเก๊ถ้าดวงถึงฆาตไม้จิ้มฟันแทงเหงือกยังตายครับ ไม่ได้หลบหลู่ แต่นี่คือสัจธรรมครับ เรานับถือพระพุทธศาสนาต้องไม่งมงาย วัตถุมงคลเป็นสิ่งช่วยเสริม ซึ่งต้องมีแรงกรรมเป็นตัวเหนี่ยวนำให้ชีวิตประสบพบพา เอาละเดี๋ยวจะออกทะเลกันไปไกลครับ อิอิ

พระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้ถูกใช้จนกร่อนในหลายจุด เผยให้เห็นผิวสมเด็จเป็นชั้นต่างๆ เป็นพระที่ผมว่าทำเก๊ยากนะ แต่เซียนจะตีเก๊ก็ตามใจครับ เราจะไม่ทำให้ทุกคนบอกว่าใช่ไม่ได้ ยกเว้นเงินถึงก็เอาไปลงโฆษณาหน้าปก ลงชื่อ นายพล นักธุรกิจกันไป 2-3 เล่มเดี๋ยวก็แท้ดูง่ายเอง จริงรึเปล่าครับ? อย่างว่านะการสื่อสารเดี่ยวนี้มันถึงกันทั่วโลกก็ใช้จุดนี้ให้เป้นประโยชน์ก็แล้วกันเนอะ ผมเองก็ได้เรียนรู้จากการเข้ามาดูในเน็ตได้มากมายเหมือนกัน เหมือนเป็นกบออกมานอกกะลา แต่แอบเหน็บกะลาติดตัวไปด้วยเสมอนะ 555+

พระสมเด็จองค์นี้ยังพอให้เห็นเค้าพิมพ์ ซึ่งน่าจะเป็นพิมพ์ฐานแซมครับ เป้นพิมพ์ยอดฮิตนะเออ.. เพราะฐานแซม ช่วยหนุนนำค้ำชู ดวงชะตา ธุรกิจ และตำแหน่งการงานนะ ในความเชื่อของคนสมัยก่อน

สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม
สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม



สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม
สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม



พระสมเด็จองค์นี้ ลงรักดำปิดทองล่องชาดเอาไว้ สุดยอดมั้ยละครับ เนื้อค่อนข่างหนึก มีผิวนวลกระจ่างคล้าย เล็บ คล้ายฟัน


สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม
สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม



สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม
สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม


ในส่วนของเนื้อพระองค์นี้บดผสมหยกลงไปด้วย และผงทองเล็กมากในนี้ ซึ่งปกติจะไม่ค่อยได้เจอเศษหยกผสมหลายจุดอย่างนี้  ความเห็นส่วนตัวนะองค์นี้ดูแล้วเหมือนเหมาะกับคนจีนนะ คนจีนชอบหยกอยุ่แล้ว ส่วนมากทำการค้าการขายอีกก็เหมาะนะ

สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม
สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม

สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม
สมเด็จวัดระฑัง พิมพ์ฐานแซม





วันนี้ขอจบการโขว์แต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณที่ติดตาม Good night ครับ


วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆังองค์ที่13 somdej wat rakang amulet

พระสมเด็จวัดระฆังองค์ที่13 somdej wat rakang amulet

พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang
พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang
พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang





สวัสดีครับ เพื่อนๆทุกคน วันนี้นำพระสมเด็จวัดระฆังแท้ๆอีกสไตล์นึงนะครับ จริงแท้แน่นอนยังไงพิจารณาเอาเอง อยุ่ที่ว่าเอาตำราไหนเทียบ แต่สุดท้ายอยุ่ที่คนชอบครับ แต่ถ้ามีการซื้อขายกันถ้าเป็นพระสมเด็จละก็ต้องแท้แบบสังคมยอมรับครับ จะมาเล่นแบบแนวผมไม่ได้ ผมเองก็ไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว มีองค์ไหน่แท้มั่ง หรือเก๊มั่ง เพราะเกิดไม่ทัน ก็อาศัยพระที่มีที่บ้าน ของบ้านญาติ ของบ้านเพื่อน และของคนที่เค้ารวยๆที่เค้ายินดีชวนไปนั่งส่องนั่งดู แล้วก็ซื้อตำรับตำราหลายๆสายมารวบรวมข้อมูลหาจุดร่วม และข้อแตกต่างๆ เผื่อ...จะได้พระหลุด ไม่ใช่พระหลุดล่วงนะครับ555+ แบบนั้นเสียดายพระตายเลยครับ นั่นคือว่าตามที่สืบมามีพระสมเด็จที่ส่วนกลางไม่เล่นกันนั้น (วิเคราะห์แล้วถ้าเล่น พระจะมีเยอะเกิน แล้วคนที่จะซื้อองค์ละเป็นล้านๆจะมีกี่คนเชียวในเมืองไทย คงมีคนเอาพระมาปล่อยมากกว่าขอเช่าแน่ครับ) ยังพอมีอยู่ แล้วนับวันก็จะมีหลายๆพิมพ์ค่อยๆอวดโฉม และถูกพบเจอมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเดี่ยวนี้อะไรมันก็เชื่อมต่อถึงกันได้หมด ขนาดพระสมเด็จของคนที่อยู่อเมริกาเรายังได้เห็นเลยจริงมั้ยครับ?

ในเมื่อเราเสาะหาเพราะความชอบ เป็นความสนุกท้าทายเหมือนค้นหาสมบัติ และมีการเช่าหาเปลี่ยนมือกันไม่ยากนัก หลักหมื่นถ้าพระฟอรืมแน่นๆ ก็ไม่ยากที่จะออกตัวกันละครับ โดยเฉพาะหลังๆพระพิมพ์เก่าๆไม่ค่อยได้เห็นกันมากแล้วคิดว่าเจอคนที่เค้าศึกษาอย่างจริงจังและมีกำลังทรัพย์ เก็บสะสมกันจะแทบไม่เหลือแล้ว น่าภูมิใจที่พระสมเด็จแบบนี้มีทั้งดอกเตอร์ ศาตราจารย์ นายแพทย์ นายพล ต่างก็มีไว้ในครอบครองอยุ่ไม่น้อย ยังไงก็ไม่เหงาหละครับสำหรับสายเล่นพระแนวนี้ อย่างที่เค้าเปรียบเทียบให้ฟังว่า อยากได้ปลาถูกก็ให้ไปจับเองครับ ให้คนอื่นจับก้ต้องเสียค่าเวลา เสียค่าแรงให้กับเค้าไปจริงมั้ย?

เอาละครับมาพูดถึงพระสมเด้จองค์นี้กันครับ ดูจากพิมพ์แล้วเป็นพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่แม่พิมพ์อกกระบอกพิมพ์หนึ่ง ที่ไม่ใช่ของหลวงวิจารณ์เจียรนัยอย่างแน่นอน แต่อาจเป็นแม่พิมพ์ก่อนหลวงท่านสร้าง เพราะเนื่องจากเนื้อหาที่ผสมเนื้อพระออกแนวนุ่มนวลกว่าของทางยุคหลัง องค์นี้ผสมปูนน้อยแทบจะเรียกว่าผงล้วนเลยทีเดียว เพราะช่วงยุคแรกๆ ตำราว่าจะเน้นผงพุทธคุณไม่อั้น ยุคหลังๆสัดส่วนการผสมจะมีปูนกับตังอิ้วเสริมเข้ามามาก ทำให้พระยุคแรกๆไม่ค่อยทน มีแตก ป่น หัก ตามกาลเวลาไปมาก โดยเฉพาะสมัยก่อนการสัญจรก็เป็นทางน้ำซะส่วนใหญ่ พระตกน้ำก็มีเป้นอันมาก ขนาดผมตอนเด็กใช้สร้อยสแตนเลส พระยังขาดหายอยุ่บ่อยๆ สมัยก่อนใช้เชือกหนัง เชือกปอมั่งไม่ขาดก็คงไม่ได้ ซ้ำบางคนห่อใส่ผ้า การอาราธนาติดตัวไปใช้ก็สุดแล้วแต่ละคนละครับ องคืนี้แต่แรกมีรักติดมาด้วยแต่ผมค่อยๆลอกออกครับ จุดไหนไม่กล้าเสียงก็เบามือ ดีนะผิวไม่เสียมาก แต่จากที่สังเกตุนะ พระสมเด็จมักจะลงรักด้านหน้าหนาๆไว้ด้านหลังอาจมีบ้างหรือไม่มีเลยเลยก็ได้  แล้วมีจุดสังเกตุอีกอย่างนึงของเส้นสายองค์พระจะขยุกขยิกไม่เหมือนกันนะครับ เพราะไม่ได้เกิดจากพิมพ์แต่เกิดจากการแกะพระออกจากพิมพ์ส่วนหนึ่ง กับการหดตัวของพระไม่เหมือนกัน จะเหมือนบางจุดแต่ไม่เหมือนหมดซะทีเดียวนะครับ ถ้าเหมือนหมดแสดงว่าต้องมีองค์ไหนที่เก๊ เฮ้ย...หรือเก๊ทั้ง2เลย 555+ ตรงส่วนของแม่พิมพ์จะเห็นว่าทำไมมีเส้นกรอบ2ชั้น ก็ง่ายๆครับ แม่พิมพ์ยุคแรกๆไม่ได้ปราณีตมากนัก เส้นที่เห็นเป็นเส้นกะขนาดครับ คร่าวๆ ไม่ได้มีความพิเศษอะไร แต่ก็ถูกไปตีความกันเองว่าถอดพิมพ์มั่งละ ก็อย่างว่าถ้าคนทำก็ไม่รู้นี่ครับว่าลูกหลานในอนาคตจะมีกฎเกณฑ์ในความนิยมอย่างไร

*** พูดถึงความนิยมนี่ ตอนเด็กๆผู้ใหญที่สะสมพระก็มักชอบอวดพิมพ์แปลกๆ หรือมีขนาดใหญ่ๆ หรือทำจากวัตถุพิเศษ แบบ เนื้อชิน ทองคำ เงิน อะไรประมาณนี้  

พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang
พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang
พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang
พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang
พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang
พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang





มาดูเนื้อหามั่งครับ เนื้อแบบนี้คนเก่าๆเค้าบอกเนื้อปูนุ่ม หรือผงล้วนๆ มีความนุ่มหนึก สอดผสานกับพิมพ์พระทำให้ดูแล้วสบายตา สบายใจ ทำให้ผมมโนได้เลยที่เค้าเคยกล่าววิธีการทำผงพุทธคุณทั้ง5 ที่ว่าเขียนๆลบๆแล้วผสมกับน้ำว่านน้ำมนตืต่างๆแล้วปั้นเป็นแท่งๆไว้ เนื้อจึงได้เนียนละเอียดยิบปานนี้  แต่ถึงอย่างไรเวลาส่องเนื้อหาก็อย่าลืมส่องหามวลสารอื่นๆภาคบังคับด้วยนะครับ ยังไงก้ต้องมีเพียงแต่จะมีมากมีน้อย เช่นผงดำ ผงเทา ผงแดง ผงเขียว ทรายเงิน ทรายทอง เป็นต้น นะครับ ไว้โอกาสหน้าผมจะหารายละเอียดในส่วนนี้มาเล่าสู่กันฟังสไตล์กันเองในคราวต่อไปครับ ขอบคุณมากที่ติดตามครับ

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆังองค์ที่12 somdej wat rakang amulet

พระสมเด็จวัดระฆังองค์ที่12 somdej wat rakang amulet

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่


องคืนี้ใช้กร่อนมา จนเห้นมวลสาร ชัดเจน พอเห็นคราบราขาวขึ้นประปรายครับ บ้างก็ว่าคราบแป้งโรยพิมพ์ บ้างก็ว่าเป็นคราบน้ำปูน ก็สุดแล้วแต่ตำรานะครับ ผมเห็นว่าสวยดี ก็ไปขอมาถ่ายรูปให้ดูกันครับ ผมเชื่อว่านักสะสมพระชอบดูรูปพระของคนอื่นไม่มากก็น้อย

พระสมเด็จวัดระฆังองค์ที่11 somdej wat rakang amulet

พระสมเด็จวัดระฆังองค์ที่11

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่

สวัสดีครับผม ไม่ได้เข้ามาเขียนบล็อกพระเครื่องนานเลย เพราะติดภาระกิจมากมายเลยครับช่วงนี้ ก็ผ่านพ้นไปกับการกินเจ ผมทานบ้างบางมื้อที่มีโอกาส บางที่ก็หากินง่ายบางที่ก็ไม่มีขาย สำหรับผมนะแค่ตั้งใจและเลิกทานเนื้อได้ไม่กี่มื้อก้ถือว่าเป็นกุศลแล้วครับ ถ้ามีโอกาสถึงแม้จะไม่ใช่เทศกาลกินเจ จะพยายามทานมังสวิรัติครับ

พระองค์นี้ของญาติผู้ใหญ่อีกตามเคยครับ ไปถ่ายเอาไว้เอามาแบ่งปันศึกษากัน แท้ไม่แท้ก็ว่ากันไปแล้วแต่ศรัทธาตำราไหนครับ ถ้าเราไปเช่ามาองค์ละเป้นล้านก้ต้องคิดหนักหน่อยส่วนมากคนเช้าไปไม่มีโง่นะครับ พระมีแต่ขายแพงขึ้น น้อยๆสวยๆก็4-5ล้าน 3ล้านนี่ออกไวเลย น่าอิจฉาสำหรับคนที่มีพระสวยพิมพ์สากลเนื้อนิยมจริงๆ

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง องค์ที่10

พระสมเด็จวัดระฆัง องค์ที่10

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่





สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เป็นวันดีนะเค้าว่ากันมาต่อๆ ว่าเป็นวันที่ตรงกับเลขมงคล คือวันที่9 เดือน9 ใครถือเรื่องเคล็ดเรื่องโชคก็คงไม่พลาดละครานี้ แล้วเมื่อคืนนี้มีใครตั้งโต๊ะเซ่นไหว้พระจันทร์มั่งมั้ยครับ? ทุกวันนี้คงไม่ค่อยได้เห็นบ่อย ตามที่ผมทราบมาว่าตั้งแต่ที่มนุษย์เหยียบดวงจันทร์ได้ครั้งแรกแล้วไม่เจออะไรบนนั้น คนจีนบางเหล่าก็เริ่มที่จะไม่ค่อยศรัทธานะ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมได้ยินมาตอนเด็ก  แต่..ที่ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ทำให้พิธีกรรมนี้ลดความสำคัญลง ซึ่งไม่ใช่แค่พิธีไหว้พระจันทร์นี้แค่นั้นนะ แต่หมายถึงรวมพิธีอื่นๆด้วยคือ สภาพการอยู่รวมกันแบบครอบครัว เริ่มที่จะแต่กระจายเป็นครอบครัวใครครอบครัวมัน อย่างอยุ่กับแฟน2คน หรือถ้ามีลูกก็มีเพิ่มเป็น3คน-6คน ไม่ค่อยจะอยากอยู่ร่วมกับผู้หลักผู้ใหญ่ สมัยผมเป็นเด็ก ผมจำได้ว่าเค้ามีการเซ่นไหว้กันเยอะมาก แม้แต่ไหว้ศาลเจ้าประจำหมู่บ้านเอย วันเกิดเจ้าพ่อ เจ้าแม่ทั้งหลาย ที่ชอบคือได้เจอญาติ แล้วก้รอของที่ญาติทั้งหลายเอาติดไม้ติดมือมาด้วย ผมว่าพิธีเหล่านี้เหมือนสร้างความสุขทางอ้อม เพิ่มความสัมพันธ์ในครอบครัวหมู่ญาติเลยนะ ตายละเล่าอะไรมาให้ซะยืดยาว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

พระสมเด็จองค์นี้เป็นพระสมเด็จที่มีพิมพ์ทรงงดงาม นุ่มนวล อ่อนช้อยองค์นึงของผม จัดเป็นองค์รักเลยทีเดียว ทั้งเนื้อหาพิมพ์ทรง ความเก่า ล้วนได้ธรรมชาติทั้งสิ้น ถ้าดูให้ดี จะแอบเห็นพระกรรณอยู่รำไรนะ จะบอกให้ พระองค์นี้จัดเป้นพรสมเด็จยุคสุดท้ายของสมเด็จโตที่สร้างนะครับ จะหย่อนเรื่องมวลสาร แต่ได้ความสวยงาม และเนื้อผงที่ถูกบดอย่างละเอียดมากๆ ด้วยรางบดยาจีนเข้ามาแทน ลักณะจะเหมือนรางเรือแจว แล้วก็จะมีล้อติดแกนที่สองฝั่งของล้อเป็นตัวจับ แล้วกดบดไปตามทางยาวของรางครับ แล้วพิมพ์เหล่านี้จะแจกกับกลุ่มคนใกล้ชิดสายทหารและคหบดีทั้งหลาย องค์นี้ก็ได้มาจากทางสายทหารอดีตมหาดเล็กข้างในครับ เพื่อนของก๋ง ที่เกื้อกูลกันมา อันนี้จะเชื้อไม่เชื่อก็ตามแต่นะครับ ถือว่าดูพระ จะแท้ ไม่แท้ จะชอบ ไม่ชอบ ก็ดูที่พระครับ อย่าไปใส่เรื่องประวัติมาก เพราะเกิดไม่ทันกัน ใครจะโม้จะอ้างอิงใคร ก็ฟังกันไปสนุกๆครับ คิดว่าฟังนิยายไปเนอะ




วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง องค์ที่7 somdej wat rakang amulet

พระสมเด็จวัดระฆัง องค์ที่7 somdej wat rakang amulet


พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ปกโพธิ์
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ปกโพธิ์

somdej wat rakang amulet
somdej wat rakang amulet


 วันนี้ก่อนจบวันนี้ขอนำรูป สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ปกโพธิ์ ให้ชมครับ เชิญชมได้ตามสะดวกครับ ความเห็นส่วนตัว พิมพ์ปกโพธิ์เป็นพิมพ์ที่อลังการงานสร้างมากที่สุด สวยงามที่สุด ผมเองเคยเห็นพิมพ์เกศบัวตูมปกโพธิ์ด้วยครับ สวยมากๆ แต่ยังไม่เคยเห้นพิมพ์ใหญ่ปกโพธิ์นะ ฐานแซมยังเคยพบ เจดีย์ก็ยังเคยเห็น ผมเกรงว่าอาจจะมีพิมพ์ใหญ่ปกโพธิ์แต่อาจจะหายากมาๆก็เป็นได้นะครับ


วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง องค์ที่5 somdej wat rakang amulet ราคาประมิน 5 ล้าน

พระสมเด็จวัดระฆัง องค์ที่5 somdej wat rakang amulet


พระสมเด็จวัดระฆัง
พระสมเด็จวัดระฆัง





somdej wat rakang amulet
somdej wat rakang amulet







สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เอาพระสมเด็จเนื้อสวยๆ ส่องแล้วเพลิดเพลินใจ อร่อยตามาให้ชมอีกแล้วครับ พระสมเด็จพิมพ์นี้ไม่น่าจะเป็นแม่พิมพ์ของหลวงวิจารย์ครับ น่าจะเป้นของ นายจอน วงศ์ช่างหล่อ เป็นผู้แกะพิมพ์ครับ มีความเป้นเอกลักษณ์ของตัวเองทางศิลปะไม่เหมือนใคร ออกแนวโปร่งสบาย ดูแล้วใจสงบ ไม่แลดูแน่นทึบอย่างช่างคนอื่นๆบางคน

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์ที่4 somdej wat rakang amulet

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์ที่4 somdej wat rakang amulet

somdej wat rakang amulet
somdej wat rakang amulet

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่



สวัสดีครับ วันนี้นำพระมาโชว์อีกองค์นึงนะครับ เป็นพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ซุ้มเส้นลวดเนื้อมันส์สะใจหนุ่มน้อยทั้งหลายวัย 60up ครับ ผมว่าพระสมเด็จเนื้อหาแบบนี้มีเสน่ห์นะแม้ว่าวงการไม่ยอมรับ แต่อย่างว่าความชอบก็คือความชอบส่วนตัว สุดท้ายเราเองเป็นผู้ตัดสินครับ เหมือนนางสาวไทยไง ถึงจะเป็นเวทีมาตรฐานสากลระดับประเทศ แต่ผมคิดว่าสาวๆแถวบ้านผมอีกหลายคนสวยกว่า แล้วทุกท่านละครับคิดเห็นด้วยกับผมมั้ย หลักแนวคิดเดียวกัน หากเอาสาวที่สวยกว่าแถวบ้านผมไปช่วยโฆษณา กับเอานางสาวไทยไปช่วยโฆษณาแบบไหนถึงเห็นผลกว่ากัน ไม่ต้องแปลกใจ ไม่ต้องกลัวครับถ้าเราชอบ เช่าเก็บสะสมด้วยใจรักอันนี้เราได้แน่นอนครับ ที่เราเป้นทุกข์ในการสะสม รู้สึกไม่พอใจที่มีคนติพระเรา ก็เพราะเราไปอ้างอิงทางมูลค่ามากเกินไป เห้นเป็นทุกข์ทุกราย อย่าลืมคำ มันจะเจ็บใจกว่าถ้า "เวลาอยู่ที่มือเรากลายเป็นของเก๊ พอไปอยู่มือคนอื่นกลายเป็นพระแท้" สิ่งนี้น่าเจ็บใจที่สุดแล้วครับ สำหรับคนในวงการนี้ ครับ

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์ที่3 somdej wat rakang amulet

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์ที่3 somdej wat rakang amulet


พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ somdej wat rakang amulet
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ somdej wat rakang amulet





พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ somdej wat rakang amulet
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ somdej wat rakang amulet




zoom ดูผิวพระ เนื้อพระ พระสมเด็จวัดระฆัง
zoom ดูผิวพระ เนื้อพระ พระสมเด็จวัดระฆัง







สวัสดีครับ รอบนี้ขอเชิญพระสมเด็จวัดระฆังให้ชมกันอีกครั้ง องค์นี้เป็นองค์ที่3 ครับ จากแม่พิมพ์มีความใกล้เคียงกับพระสมเด็จรุ่น100ปีมาก ซึ่งพระสมเด็จรุ่น100ปีเป็นแม่พิมพืที่แกะใหม่เลียนแบบพิมพ์นี้ครับ เนื้อพระนั่นเก่าแห้ง ตังอิ้วซึมขึ้นเคลือบปกคลุมผิวพระพร้อมฝ้าขาวนวลๆ ด้านหลังนี่แห้ง นุ่มละมุล ได้ใจจริงๆครับ ถ้าอย่างนี้ไม่เก่า ใครมีแบบนี้เอามาปล่อยผมได้นะรับซื้อในราคาของปลอมครับ จัดมาเลย

รอบนี้ผมมาแบบพัฒนาฝีมือขึ้นอีกก้าวครับ มีการซูมให้เห็นผิวพระที่ชัดขึ้นมาอีกระดับนึง ลองชมดูกันขำ สนุกๆอย่าไปซีเรียส

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง ทรงโบราณ somdej wat rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง ทรงโบราณ  somdej wat rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์โบราณ
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์โบราณ




ที่เค้าว่าทรงโบราณ ก็เห็นจะเรียกติดปากกันมาสำหรับพระสมเด็จที่พิมพ์ไม่ใช่สากล และต้องมีเอกลักษณ์ทางพิมพ์ทรงชัดเจน จากรูปพระสมเด็จองค์ที่เอามาให้ลงชมกันนี้นั้น จะเห็นได้ว่า มีเอกลักษณ์และศิลปะชัดเจนแบบฉบับตามที่ผู้รังสรรค์ออกแบบต้องการแม่พิมพ์นี้ยังเป็นแบบแม่พิมพ์เก่า พิมพ์พระแล้วเคาะออกมาตัดข้างนอกเองตามเส้นกรอบตะหาก ส่วนผสมพระโซนนี้เป็นน้ำอ้อย กล้วย น้ำว่าน เป็นตัวประสานเนื้อ เพราะสะดวกกว่าทำน้ำมันตังอิ๊วมาก สมัยก่อนต้องรอนำเข้า ตอนต้นกรุงยังมีการค้าขายสำเภากับประเทศจีนจึงยังมีอยู่มาก

น้ำมันตังอิ๊ว น้ำมันตุง น้ำมันทังออย
น้ำมันตังอิ๊ว น้ำมันตุง น้ำมันทังออย



ผลต้นน้ำมันตุง มะเยาหิน มะเยาเหลี่ยม ทังออย
ผลต้นน้ำมันตุง มะเยาหิน มะเยาเหลี่ยม ทังออย





(น้ำมันตังอิ๊ว  มีเรียกกันหลายชื่อ เช่น ทังออย มะเยาเหลี่ยม มะเยาหิน ต้นน้ำมันตุง หรือ TUNG OIL TREE มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “VERNICIA MONTANA, ALEURITES MONTANA” เป็นพืชน้ำมันชนิดหนึ่ง ที่เนื้อในเมล็ดมีปริมาณน้ำมันสูงใช้ในการผลิตไบโอดีเซล (BIODIESEL) ได้ เป็นพืชโตเร็วสามารถให้ผลผลิตภายใน 3 - 4 ปี มีอายุยืน 100 ปีขึ้นไป ต้นน้ำมันตุงมีถิ่นกำเนิดที่ประเทศจีน จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า CHINA WOOD OIL TREE มีประวัติการปลูกกว่า 1,000 ปี ตั้งแต่ รัชสมัยราชวงศ์ถัง      (TANG DYNASTY) “TUNG” เป็นคำที่มาจากภาษาจีน หมายถึง “หัวใจ” (HEART) ซึ่งมาจาก ลักษณะที่คล้ายรูปหัวใจของใบต้นน้ำมันตุง)


กลับมาดูลักษณะทางกายภาพของพระองค์นี้ครับ เส้นซุ้มอวบใหญ่ ช่องว่างระยะภายในสมส่วนดีมาก พระเมาลีเป็นตุ้มชัดเจน ส่วนพระเกศชัดเจนพริ้วเล็กน้อยแลให้รู้สึกว่ามีการเคลื่อนไหวอยู่ สอดรับกับพระเมาลีเป็นอย่างมาก พระพักต์กลมมนได้สัดส่วน พระกรรณทั้ง2ข้างเป็นลักษณะบายศรี ดูคล้ายปลากำลังกระโดดขึ้นสู่ผิวน้ำ ตรงส่วนพระอุระ ทำให้เห็นชัดเจนว่ามีการห่มจีวรเห็นความนูนของมิติชัดเจน ส่วนวงพระกรนั้นเล่า..ทำให้แลดูเหมือนว่ากำลังทำมือผสานเพื่อทำสมาธิจริง จังหวะการยกไหล่ทอดแขนแลดูสบายไม่แข็ง
ส่วนของพระชงค์กับพระบาท รับได้รูปกับเส้นสายต่างๆเป็นเอกลักษณ์แบบเสมือน รู้ว่าเป็นส่วนใหญ่แต่ทำออกมาได้ชดช้อยกว่าความเป็นจริง ส่วนตั่ง ฐานหมอน ฐานสิงห์ งดงามคล้องจองสอดประสานได้สัดส่วน

วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์ที่2 ราคาประเมินมิได้ somdej wat rakang

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์ที่2 ราคาประเมินมิได้ somdej wat rakang


พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่





โอ้โห!!! หยิบองค์ที่2จากที่เก็บก็องค์นี้เลยแหะ องค์นี้เป็นพระเก่าเก็บสภาพเดิมไม่เคยใช้แต่มีจับต้องสัมผัสมา จะสังเกตุว่าท่านผู้กดพิมพ์ตั้งใจกฎพระสุดฤทธิ์ เอาให้ชัดๆ คมทุกซอกทุกสัดส่วนกันไปเลย เป็นแม่พิมพ์ที่สวยงาม ดูยิ่งใหญ่ แต่แฝงความเรียบง่าย สงบ แลดูมีอำนาจแฝง เนื้อหาน่าส่องมากมาย


มีคนเคยถามว่าพระแท้นี่ศักดิ์สิทธิ์ถึงขนาดยิงแทงไม่เข้าเหรอ ก็ขออกตัวก่อนว่าอยู่ที่สถานการณ์เฉพาะคน ไม่ได้เกิดกับทุกคนนะครับ หลักๆมันมีกรรมเป็นตัวกำหนดครับ เคยเห็นเจ้าพ่อโดนยิงตายคารถโดยมีพระสมเด็จวัดระฆังคาปากมั้ยละครับ เค้ากะอมไว้ในปากกะให้ปืนยิงไม่ออกสุดท้ายก็ตาย ถ้าเราเป็นคนดี รักษาศีลหมั่นทำบุญ หากถึงคราวเคราะห์เล็กน้อย พระก็ช่วยปัดเป่าไปได้ครับ แต่ถ้ากรรมหนักยังไงก็ตายครับ พระสมเด็จวัดระฆัง มีจุดดีหลายๆส่วนที่คนอยากได้ไว้ครอบครอง นั่นคือ
1.ผู้สร้างเป็นอริยะสงฆ์เจ้า ตัดขาดกิเลสทางโลก ไม่มุ่งหวังลาภยศ ถึงแม้ท่านจะดำรงฐานะเป็นถึงสมเด็จแต่เพราะมีเหตุ อยากรู้ต้องติดตามครับ เดี๋ยวเอามาเขียนสำหรับคนไม่รู้ หรือใครใจร้อนไปหาประวัติดูได้ทางเว็บไซด์นะครับ

2.มวลสารพิเศษมากมายที่ท่านรวบรวมมาไว้ หลายๆสิ่งที่สมัยนี้ไม่มีแล้ว

3.มีความเก่าแก่ มีพุทธศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม

4.ผู้ที่ช่วยกดทำพระ ล้วนมาด้วยใจ ด้วยศรัทธา เพื่อร่วมทำบุญ มีทั้งคนทั่วไป ขุนนาง คนติดฝิ่น(ให้มานั่งทำเพื่อให้มีสมาธิ และเพื่อลดอาการติด มีคนเลิกได้หลายคน แต่นี่เป้นข้อมูลปากต่อปากไม่ได้มีบันทึกนะ ผมแทรกไว้เฉยๆ) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้หวังให้ได้ตอบแทนเป็นทรัพย์สินอื่นไม่ ทั้งนี้ทำเพื่อกุศลกรรมจริงๆ  ถ้าสมัยนี้...ไม่พูดดีกว่าคิดเอาเอง

5.มีราคาสูง เอ้ย!!! อันนี้ไม่ใช่ แต่คิดว่าหลายคนคิดนะ 5555+

6.อาจจะมีเหตุผลอื่นที่มากกว่านี้ เด๋วไว้คิดได้ค่อยมาพิมพ์เติมทีหลัง คนมาดูกลุ่มแรกๆต้องทำใจนะ


ในมวลสารสมเด็จนั้นมีอะไรมั่ง? ไว้ต่อคราวหน้าละกัน วันนี้ผมแอบแว๊บมา ก่อนที่จะเตรียมตัวไปทำธุระส่วนตัวนะครับ วันนี้ขอให้ความสวัสดีจงมีแก่ทุกท่าน





วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซมองค์ที่1 somdej wat rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซมองค์ที่1 ราคาประเมิน3.5ล้าน somdej wat rakang



พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม








สวัสดีครับ พบกันอีกครั้งครับ หลังจากพักผ่อนกันมา4วันในช่วงหยุดยาวเทศกาลวันแม่นี้ หวังว่าเป้นอย่างที่การเดินทางของทุกท่านจะเป็นได้โดยสะดวก และอย่างมีสวัสดิภาพกันทุกคน

วันนี้เช่นเคยครับ หยิบพระองค์นี้จากตลับครับ เป็นตลับเงินเก่าบางทีก็อาราธนาติดตัวครับ หลังๆนี่ถูกโฉลกชอบใจ พระสมเด็จเกศไชโย 7ชั้น ที่สำคัญเนื้อก้นครกหายากมาก เคยเห็นองค์นึงลักษณะนี้อยู่ในมือของเซียนเล่นพระท่านนึงที่เคยลงหนังสือเมื่อหลายสิบปีก่อนที่พ่อซื้อเก็บไว้ศึกษา ที่ชื่อว่า อาจารย์คีโท ถั่วทองครับ อิอิ แล้วโชคดีมากที่เห็นพระองค์นั้นลงแค่ครั้งเดียวแล้วไม่เคยเห้นที่อื่นอีกเลย และผมมั่นใจว่าหากพระองค์นี้ไม่ได้บอกว่าเป็นภาพของอาจารย์คีโท เซียนต้องตีเก๊อย่างไม่ต้องคิด!! จริงๆที่เค้าตีว่าไม่ใช่หรือไม่ทันยุค เพราะต้องกันไว้ก่อนครับ นั่นคือถึงแม้พระองค์นั้นจะแท้70-80% แต่ถ้าคนรับไร้ชื่อเสียง ขาดลมปราณผลักดัน พระองค์นั้นไปไม่ได้ครับ แล้วจะจมทุน แต่ในพระองค์เดียวกันหากอยู่ในมือผู้มีความสามารถข้างต้น จะกลับเป็นแท้อย่างน่ากังขา แท้ดูง่าย แม้จะขัดสายตาหลายคนแต่ส่วนใหญรอรับฟังครับ เค้าถึงต้องหาพระที่100% พิมพ์ถูกเป๊ะ เนื้อถูกเป๊ะ และธรรมชาติต้องเป๊ะ ถ้าให้ดีเหมือนในรูปของเซียนพระระดับสิบสุดยอดในประเทศยิ่งดีครับ และเช่นกัน ต้นทุนของพระก็ต่างกันครับ บางทีไว้ใจเซียนไม่ได้แต่ก็เข้าใจไว้วันหลังเล่าให้ฟัง เคยเจอมั้ยสมเด็จวัดระฆังเข้าสนามองค์ละ500บาท (คนขายถูกตีเก๊ตอนแห่สนามภูธร ตอนหลังเจ็บใจเลยเล่าให้ฟัง) พอหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงขึ้นไป5แสน และออกจากสนามไปราคาหลักล้านบาท!!! และเป้นที่แน่นอนว่าเข้ารังพระเสี่ยไปคนหนึ่งในราคาที่แพงกว่านั้นครับ ผมสะใจไอ้คนเล่าครับที่ขายไปเพราะหวังจะไปต้มเซียนเพราะไม่เชื่อสายตาตัวเองครับ เจอข้อหาเก๊เก่าเลยะกะเอาไปปล่อยรวมๆกะพระอื่นๆยิบย่อยกองนึง ก็แล้วแต่นะครับของแบบนี้พิสูจน์ได้ ถ้ากล้าพอนะครับ หาพระแท้ๆหลักแสนซื้อจากที่ศูนย์เซียนใหญ่แล้วแห่ดู แล้วลองเปิดราคาเท่าที่ซื้อมาครับ ถ้าไม่โดนว่าเก๊ ก็ไม่รับ หรืออาจจะเจอคำพูดขำๆที่ว่า พี่จะซื้อเอาไว้ดูเนื้อ!!!


มาดูที่พระสมเด็จ ฐานแซมองค์นี้กันครับ พระองคืนี้จัดเป็นกลุ่มพิมพ์ใหญ่ฐานแซม ไม่ต้องงครับพิมพ์ฐานแซมก้มีหลายแม่พิมพ์เช่นกันครับ พระสมเด็จองค์นี้นักสะสมสมัยก่อนเรียกเนื้อขนมตุ๊บตั๊บครับ แต่องคืนี้เนื้อรวมตัวกันกว่า เพราะถ้าเป้นขนมตุ๊บตั๊บจริงคงป่นไปแล้ว สภาพรวมพระองค์นี้มีหลายจุดที่ควรศึกษา ธรรมชาติต่างๆ บางช่วงมีรอยทรุดหรือยุบลงเล็กน้อยถ้ามองที่ระนาบผิวจะเห็นชัดเจนครับ พระมีการแตกลายงาน้อยมีก็รอยปริแยกเลย และมีบ่อ มีแอ่ง ที่มวลสารหลุดไปแล้วและยังไม่หลุดประปรายครับ  ผิวทีหลุดก็เผยให้เห็นถึงเนื้อพระภายในที่ขาวตุ่น เค้าว่ากันว่าพระสภาพเก่าจะมีชั้นผิว พระใหม่จะไม่มีครับ ไม่ใช่ชั้นแป้งโรยพิมพ์ แต่เพราะชั้นผิวบนนั้นสัมผัสกับสภาพแวดล้อมหลายอย่าง โดยธรรมชาติในส่วนผิวนั้นจะเป็นส่วนแรกที่สุดที่โดนสัมผัส ยิ่งนานวันความแตกต่างเริ่มปรากฎครับ องค์นี้ลองชมครับจัดเจนเลยทีเดียว

เม็ดพระธาตุ
บริเวณนี้สังเกตุรอยหลุมให้ดี เค้าเรียกว่าเม็ดพระธาตุนะสมัยก่อน ถ้าเม็ดนี้หลุดบริเวณนี้จะเรียกบ่อน้ำตา

รอยแยกพระสมเด็จ
ตรงจุดนี้ทรุดลงไปแบบพื้นทรุด จะไม่ทรุดในทีเดียวแต่ค่อยๆเป็นค่อยๆไป

ชั้นผิวพระ สมเด็จวัดระฆัง
ผิวที่หลุด เผยให้เห็นชั้นของผิว

เนื้อผุด เนื้องอก พระสมเด็จวัดระฆํง
มีเนื้อพระผุดขึ้นมางอกเป็นหย่อมๆ

ขอบพระสมเด็จวัดระฆัง
ขอบพระที่ผ่านการใช้มาจะสึกมนบางจุดมีการหด บางจุดมีเนื้อปูดขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้แลดูเป็นลอนคลื่น

เส้นซุ้มพระสมเด็จวัดระฆัง
แม้พระจะใช้จนสภาพสึกแต่ก็ยังเห้นเส้นซุ้มเซาะคล้ายเส้นขนมจีนวางบนผิวระนาบ



วันนี้ฝากทิ้งท้ายนะครับ เล่นพระหรือของสะสมต้องเล่นด้วยความพอดีให้สมฐานะนะครับ และต้องรู้จุดประสงค์ก่อนครับว่าชอบเพราะรัก ชอบค้นคว้า ชอบวิจัย อย่างผมนี่ออกแนวผจญภัยแบบโจรสลัดหรือซินแบดครับ หรือถ้าชอบเพื่อการพานิชย์ อันนี้แนะนำเลยครับอย่าเล่นนอกลู่นอกทางแบบผม มันจมทุนครับ ให้ท่านไปหาเช่าที่เค้าลงหนังสือไว้ หาหนังสือที่เป้นพวกสากลครับ แล้วซื้อหนังสือเก็บไว้ด้วยที่ผมเห้นๆนะครับ ก็หนังสือกรุงสยาม เซียนพระ ส่วนดัชนีพระก็ดูๆเอาหน่อยครับไม่ใช่ไม่แท้นะครับ แต่จะออกต่อต้องอาศัยเพาเวอร์อย่างที่ผมบอก แต่ข้อดีคือราคาเช่าหาจะถูกกว่า รับรองครับเก็บไว้พระมีแต่ขึ้นราคา เดี่ยวนี้ขนาดพระสมเด็จเก๊ๆ ยังเริ่มที่500บาทนะครับ ถ้ามีโหงวเห้งขึ้นมาบ้าง แบบระดับเกรดD+ เออ...ผมประเมินราคาให้เลยดีกว่า ถ้าC - C+ จะก้ำกึ่งกัน ก็ระดับ 800 บาท ถ้าB ก็ระดับ 2พันอัพ-5พัน(ในระดับนี้มีเก๊ระดับสูงบนมาเยอะ)  ถ้าB+อันนี้พระที่หาที่ไปที่มาไม่ได้ เช่นเนื้อใช่ พิมพ์ไม่ใช่ จะเริ่มที่หมื่นอัพครับเป็นพระแท้ และเก๊ระดับปราบเซียน  ถ้าA ขึ้นไปก็ต้องว่ากันที่หลักหมื่นกลางไปจรดหลักแสนครับ อันนี้จะเป็นพระที่เนื้อใช่ธรรมชาติใช่ แต่พิมพ์ไม่เป๊ะ นั่นคือเป็นพิมพ์ทรงที่ไม่ค่อยปรากฎสู่สายตานักสะสม เซียนขี้เกียจเล่นหาและคนเช่าต้องรู้จริงครับ รวมไปถึงพระที่พิมพ์เพี้ยนๆในบางจุด ซึ่งตรงคอนเซ็ปที่ว่า การพิมพ์พระสมัยก่อนหลายๆครั้งเมื่อมีเนื้อพระติดก้ต้องมีการเคาะการขูด เพื่อให้พิมพ์สะอาด พอทำหลายๆครั้งย่อมมีชำรุด จึงทำให้รายละเอียดบางจุดเปลี่ยนไป ซึ่งสมัยก่อนพระสมเด็จยังไม่มีมูลค่าครับ คนทำถ้ารู้คงตั้งใจใช้แม่พิมพ์เดียวทำแจกให้หมดทุกคน ไม่ต้องให้มานั่งปวดหัวครับ แต่ผมก้ว่าดี เพราะไม่งั้นพระดีดีไม่ตกถึงมือคนจนแน่ครับ   ต่อไปA+พรีเมี่ยมขึ้นไป หลักแสนปลายถึงหลักหลายสิบล้าน พระที่ถูกต้องตามแบบนิยมในหนังสือพระระดับสูงยิ่งอยู่ในมือใครที่ดังเท่าไหร่ราคายิ่งแพง แต่กว่าพระจะถึงแต่ระดับสิบล้าน พระองค์นั้นมีเส้นทางการเป็นมาเยอะครับ แค่เฉพาะค่าลงโฆษณาหน้าปกอย่างเดียว (เคยโทรไปถามขนาดสำนักพิมพ์ที่ไม่ดัง ประมาณ3-5หมื่นอัพ ) ที่เหลือจะมีค่าอะไรบ้างกลับไปลองคิดดูเล่นๆกันครับ  วันนี้เล่าสู่กันฟังแถมท้ายแค่นี้นะครับผม สวัสดีครับ

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระเครื่ององค์แรกที่ได้ลงกล้อง...พระสมเด็จวัดระฆัง somdej wat rakang

พระเครื่ององค์แรกที่ได้ลงกล้อง...พระสมเด็จวัดระฆัง somdej wat rakang

พระสมเด็จ, พระสมเด็จวัดระฆัง, พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่
พระสมเด็จ, พระสมเด็จวัดระฆัง, พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ มูลค่า 5ล้านบาท



พระสมเด็จ, พระสมเด็จวัดระฆัง, พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่
พระสมเด็จ, พระสมเด็จวัดระฆัง, พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่

พระสมเด็จองค์นี้เป็นพระเครื่ององค์แรกที่ได้ส่องแต่ก่อนเป็นของพ่อครับ พ่อเอาองค์นี้มาสอน พระสมเด็จองค์นี้ไม่เคยถูกนำมาบูชาเลย สภาพเป็นอย่างงี้ตั้งแต่พอได้รับมา สภาพแบบนี้พ่อบอกว่าค่อนข้างสมบูรณ์แล้วถ้าได้ใช้อีกหลายๆปีผิวจะชุ่มฉ่ำกว่านี้ สีสรรจะจัดจ้าน ซึ่งแลกกลับมากับพระที่ช้ำและสึกแต่ทำให้ได้เสน่ห์ไปอีกทางนึง พ่อบอกว่าพระสมเด็จแต่ละองค์จะมีความคล้ายกัน และความไม่คล้ายกัน แต่ให้เรียนจากที่ส่วนใหญ่คล้ายกันก่อน แล้วศึกษาธรรมชาติให้เป็น แล้วเอาไปต่อยอดหาพระเอาเอง แต่เริ่มแรกพ่อบอกให้เอาไปนั่งส่องก่อนให้เอาพระวางบนผ้านุ่มๆหนาๆระวังทำแตก แล้วก็สอนวิธีหยิบพระวางบนฝ่ามือให้ถูกต้อง เออ..พ่อยังบอกอีกว่า ให้หาแว่นส่องพระดีๆ ขนาดซัก10x-16x ถ้าได้ที่เค้าไว้ส่องเพชรยิ่งดี ตาจะได้ไม่เสีย แล้วก็ส่องได้นาน ดูนุ่มนวลตามากกว่า กล้องอันแรกผมเก็บเงินซื้อเองยี่ห้อ BelOMO ขนาด10x ครับ ซื้อมือสองจากคลองถมอันละ 200 บาทมั้งถ้าจำไม่ผิด เอาละกลับมาคุยที่ค้างไว้ต่อ ก่อนที่ผมจะส่องผมว่าพระองค์นี้สีเหมือนต้มยำน้ำข้นที่แอบใส่นมนิดๆนะ ไม่ค่อยเหมือนพระผงแบบที่เห็นทั่วไป เมื่อได้รรดกล้องมองไปที่พระองค์นี้ ครั้งแรกที่ผมได้ส่องพระ ผมเหมือนได้เห็นภูมิประเทศของอาณาจักนึง มีทั้งรอยแตกยุกยิก มีบางอย่างเกาะผิวเป็นหย่อมๆขาวๆ มีบางอย่างปุดซึมขึ้นมา พอค่อยๆพลิกส่องเอียงๆให้โดนแสง บางจุดส่องประกายเป็นจุด บางมุมมีแท่งเทา บางจุดเป็นก้อนเล็กสีม่วงคล้ายสีเผือก บางจุดเป็นเทาขุ่น บางจุดมีสีทองประกาย บางจุดมีสีเงินประกาย มีแผ่นส้มๆเล็กๆ มีจุดสีดำ เหล่านี้พ่อว่าเป็นมวรสารที่ไว้โรยที่ผสมตอนกดพิมพ์พระขึ้นมา โดยหลักการผู้ทำมักต้องการที่จะกะในจำนวนที่เท่าๆกัน แต่ความเป็นจริง อาจมีหนักมือ เบามือกันไปบ้าง อาจจะมีมวรสารครบ อาจขาดบ้าง แล้วแต่จริงๆครับ เดี๋ยววันหน้าจะหาเทคนิคมาถ่ายเจาะลึกแบบมาโครให้ได้เห็นกัน ในส่วนต่างๆผมชอบส่องที่สุดก็คงจะเป็นส่วนวงแขนตรงช่วงท้องกับหน้าอกครับ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรส่องแล้วสบายตาจัง ผมว่าเส้นสายการจัดวางนี่ละมั้งที่เค้าว่า เป็นงานระดับมาสเตอร์พีซ ของคนที่เป็นระดับช่างหลวง เอ...ว่าแต่ช่างหลวงมีหลายคนนะครับ ช่างหลวงที่ตำราหลายเล่มต่างยกย่องถึงเรื่องการทำแม่พิมพ์ให้กับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ต่อจากนี้ไปผมขอเอ่ย พระนามท่านอย่างย่อว่าสมเด็จโตนะครับ ช่างหลวงผู้นั้นคือ หลวงวิจารณ์เจียรนัย ว่ากันว่าเพราะความศรัทธา ท่านจึงแกะแม่พิมพ์จากหินอ่อนไปถวาย อันนี้ผมก็ไม่รู้ซินะครับ คือเกิดไม่ทัน ทุกอย่างเป็นตำนานเล่าต่อกันมา ส่วนจำนวนแม่พิมพ์ ที่คุณหลวงทำถวาย บ้างก็ว่ามี2อัน  หนึ่งพิมพ์ใหญ่ และหนึ่งพิมพ์เกศบัวตูม แต่ก็ว่ากันอีกว่าไม่ใช่ น่าจะมี4แบบ โดยมีเพิ่มมา2 นั่นคือพิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ฐานแซม และไม่แน่ใจว่าอีกพิมพ์นึงพิมพ์ที่5 นั่นคือพิมพ์ปรกโพธิ์ นั้นจะได้รับการยอมรับหรือไม่ ถ้าในระดับผู้สะสมนอกวงการทั่วไปล้วนยอมรับว่าใช่ แต่คนในวงการระดับสูง(ตอนนั้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว) ยังคลุมเครือ แล้วปัญหาอีกอย่างคือ ถ้าเช่นนั้น พิจารณาแค่พิมพ์ใหญ่อย่างเดียว ที่เป็นพระระดับหลักล้าน ที่ล้วนบอกว่าต่างก็เป็นพิมพ์หลวงวิจารย์ทั้งสิ้น แล้วพยายามบอกว่าพิมพ์เดียวกัน ในบางอค์เหมือนกันจริงๆผมเอามาเทียบแบบฟิมล์ใสดูเลยครับ ทั้งซุ้ม ทั้งองค์พระวางอยู่ในตำแหน่งเดียวกันเป๊ะ และขนาดเส้นสายเท่ากันด้วย แต่บางองค์นั้นผมเอามาเทียบแล้วไม่ใช่เลย ซึ่งถ้าเอาพระสมเด็จในวงการกลุ่มราคานิยมหลักล้านมาพิจารณา ผมได้ออกมาประมาณ10กว่าแบบ นี่เฉพาะพิมพ์ใหญ่นะครับ ที่ใกล้เคียงทั้งธรรมชาติและเนื้อหา แต่....น่าแปลกใจคือ นับวันมีพระหลายๆองค์ที่หายสาปสูญไปจากหน้าสารบบหนังสือพระ จะเห็นแต่มีพระสมเด็จหน้าดาราองค์เดิมๆ จนทำให้นักสะสมหน้าใหม่ๆเข้าในว่า พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ มีแค่4ไม่เกิน6แบบ แค่4แบบวงการระดับนั้นยังไม่อยากรับเลยผมขอพูดตรงๆ เพราะไม่มีส่วนได้เสีย เดี่ยวเรื่องนี้ขอพักไว้ก่อนเดี๋ยววันหน้าค่อยมาว่ากันต่อนะ เพราะรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมาก และยังไม่รวมแม่พิมพ์อันอื่นๆอีกที่เค้าว่ากันว่ามีกันหลายร้อยแม่พิมพ์เลยทีเดียว ที่ได้ความรู้ว่าก็เพราะเริ่มจากการส่องพระองค์นี้แหละครับ  บางคนอาจจะพลาดพลั้งทำของดีหลุดมือไปก็เพราะแบบนี้แหละครับ อยากฝากไว้เรื่องนะครับ เราสะสมพระก็จริงอยู่ว่าบางทีก็ต้องออกตัวปล่อยของบ้าง แต่ก็อย่าให้เงินมันทำให้เกิดกิเลสความโลภจนบังตา แล้วสักวันพออายุเริ่มมากขึ้น ประสบการณ์มากขึ้น ก็จะเข้าใจครับว่าพระเครื่องให้อะไรเรามากกว่านั้น แล้วอย่าลืมติดตามกันตอนต่อไปนะครับ เดี๋ยวเอาพระสมเด็จมาค่อยให้ชมทีละองค์นะครับ