แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขอบพระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขอบพระ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆังองค์ที่13 somdej wat rakang amulet

พระสมเด็จวัดระฆังองค์ที่13 somdej wat rakang amulet

พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang
พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang
พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang





สวัสดีครับ เพื่อนๆทุกคน วันนี้นำพระสมเด็จวัดระฆังแท้ๆอีกสไตล์นึงนะครับ จริงแท้แน่นอนยังไงพิจารณาเอาเอง อยุ่ที่ว่าเอาตำราไหนเทียบ แต่สุดท้ายอยุ่ที่คนชอบครับ แต่ถ้ามีการซื้อขายกันถ้าเป็นพระสมเด็จละก็ต้องแท้แบบสังคมยอมรับครับ จะมาเล่นแบบแนวผมไม่ได้ ผมเองก็ไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว มีองค์ไหน่แท้มั่ง หรือเก๊มั่ง เพราะเกิดไม่ทัน ก็อาศัยพระที่มีที่บ้าน ของบ้านญาติ ของบ้านเพื่อน และของคนที่เค้ารวยๆที่เค้ายินดีชวนไปนั่งส่องนั่งดู แล้วก็ซื้อตำรับตำราหลายๆสายมารวบรวมข้อมูลหาจุดร่วม และข้อแตกต่างๆ เผื่อ...จะได้พระหลุด ไม่ใช่พระหลุดล่วงนะครับ555+ แบบนั้นเสียดายพระตายเลยครับ นั่นคือว่าตามที่สืบมามีพระสมเด็จที่ส่วนกลางไม่เล่นกันนั้น (วิเคราะห์แล้วถ้าเล่น พระจะมีเยอะเกิน แล้วคนที่จะซื้อองค์ละเป็นล้านๆจะมีกี่คนเชียวในเมืองไทย คงมีคนเอาพระมาปล่อยมากกว่าขอเช่าแน่ครับ) ยังพอมีอยู่ แล้วนับวันก็จะมีหลายๆพิมพ์ค่อยๆอวดโฉม และถูกพบเจอมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเดี่ยวนี้อะไรมันก็เชื่อมต่อถึงกันได้หมด ขนาดพระสมเด็จของคนที่อยู่อเมริกาเรายังได้เห็นเลยจริงมั้ยครับ?

ในเมื่อเราเสาะหาเพราะความชอบ เป็นความสนุกท้าทายเหมือนค้นหาสมบัติ และมีการเช่าหาเปลี่ยนมือกันไม่ยากนัก หลักหมื่นถ้าพระฟอรืมแน่นๆ ก็ไม่ยากที่จะออกตัวกันละครับ โดยเฉพาะหลังๆพระพิมพ์เก่าๆไม่ค่อยได้เห็นกันมากแล้วคิดว่าเจอคนที่เค้าศึกษาอย่างจริงจังและมีกำลังทรัพย์ เก็บสะสมกันจะแทบไม่เหลือแล้ว น่าภูมิใจที่พระสมเด็จแบบนี้มีทั้งดอกเตอร์ ศาตราจารย์ นายแพทย์ นายพล ต่างก็มีไว้ในครอบครองอยุ่ไม่น้อย ยังไงก็ไม่เหงาหละครับสำหรับสายเล่นพระแนวนี้ อย่างที่เค้าเปรียบเทียบให้ฟังว่า อยากได้ปลาถูกก็ให้ไปจับเองครับ ให้คนอื่นจับก้ต้องเสียค่าเวลา เสียค่าแรงให้กับเค้าไปจริงมั้ย?

เอาละครับมาพูดถึงพระสมเด้จองค์นี้กันครับ ดูจากพิมพ์แล้วเป็นพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่แม่พิมพ์อกกระบอกพิมพ์หนึ่ง ที่ไม่ใช่ของหลวงวิจารณ์เจียรนัยอย่างแน่นอน แต่อาจเป็นแม่พิมพ์ก่อนหลวงท่านสร้าง เพราะเนื่องจากเนื้อหาที่ผสมเนื้อพระออกแนวนุ่มนวลกว่าของทางยุคหลัง องค์นี้ผสมปูนน้อยแทบจะเรียกว่าผงล้วนเลยทีเดียว เพราะช่วงยุคแรกๆ ตำราว่าจะเน้นผงพุทธคุณไม่อั้น ยุคหลังๆสัดส่วนการผสมจะมีปูนกับตังอิ้วเสริมเข้ามามาก ทำให้พระยุคแรกๆไม่ค่อยทน มีแตก ป่น หัก ตามกาลเวลาไปมาก โดยเฉพาะสมัยก่อนการสัญจรก็เป็นทางน้ำซะส่วนใหญ่ พระตกน้ำก็มีเป้นอันมาก ขนาดผมตอนเด็กใช้สร้อยสแตนเลส พระยังขาดหายอยุ่บ่อยๆ สมัยก่อนใช้เชือกหนัง เชือกปอมั่งไม่ขาดก็คงไม่ได้ ซ้ำบางคนห่อใส่ผ้า การอาราธนาติดตัวไปใช้ก็สุดแล้วแต่ละคนละครับ องคืนี้แต่แรกมีรักติดมาด้วยแต่ผมค่อยๆลอกออกครับ จุดไหนไม่กล้าเสียงก็เบามือ ดีนะผิวไม่เสียมาก แต่จากที่สังเกตุนะ พระสมเด็จมักจะลงรักด้านหน้าหนาๆไว้ด้านหลังอาจมีบ้างหรือไม่มีเลยเลยก็ได้  แล้วมีจุดสังเกตุอีกอย่างนึงของเส้นสายองค์พระจะขยุกขยิกไม่เหมือนกันนะครับ เพราะไม่ได้เกิดจากพิมพ์แต่เกิดจากการแกะพระออกจากพิมพ์ส่วนหนึ่ง กับการหดตัวของพระไม่เหมือนกัน จะเหมือนบางจุดแต่ไม่เหมือนหมดซะทีเดียวนะครับ ถ้าเหมือนหมดแสดงว่าต้องมีองค์ไหนที่เก๊ เฮ้ย...หรือเก๊ทั้ง2เลย 555+ ตรงส่วนของแม่พิมพ์จะเห็นว่าทำไมมีเส้นกรอบ2ชั้น ก็ง่ายๆครับ แม่พิมพ์ยุคแรกๆไม่ได้ปราณีตมากนัก เส้นที่เห็นเป็นเส้นกะขนาดครับ คร่าวๆ ไม่ได้มีความพิเศษอะไร แต่ก็ถูกไปตีความกันเองว่าถอดพิมพ์มั่งละ ก็อย่างว่าถ้าคนทำก็ไม่รู้นี่ครับว่าลูกหลานในอนาคตจะมีกฎเกณฑ์ในความนิยมอย่างไร

*** พูดถึงความนิยมนี่ ตอนเด็กๆผู้ใหญที่สะสมพระก็มักชอบอวดพิมพ์แปลกๆ หรือมีขนาดใหญ่ๆ หรือทำจากวัตถุพิเศษ แบบ เนื้อชิน ทองคำ เงิน อะไรประมาณนี้  

พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang
พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang
พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang
พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang
พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang
พระสมเด็จวัดระฆัง Somdej rakang





มาดูเนื้อหามั่งครับ เนื้อแบบนี้คนเก่าๆเค้าบอกเนื้อปูนุ่ม หรือผงล้วนๆ มีความนุ่มหนึก สอดผสานกับพิมพ์พระทำให้ดูแล้วสบายตา สบายใจ ทำให้ผมมโนได้เลยที่เค้าเคยกล่าววิธีการทำผงพุทธคุณทั้ง5 ที่ว่าเขียนๆลบๆแล้วผสมกับน้ำว่านน้ำมนตืต่างๆแล้วปั้นเป็นแท่งๆไว้ เนื้อจึงได้เนียนละเอียดยิบปานนี้  แต่ถึงอย่างไรเวลาส่องเนื้อหาก็อย่าลืมส่องหามวลสารอื่นๆภาคบังคับด้วยนะครับ ยังไงก้ต้องมีเพียงแต่จะมีมากมีน้อย เช่นผงดำ ผงเทา ผงแดง ผงเขียว ทรายเงิน ทรายทอง เป็นต้น นะครับ ไว้โอกาสหน้าผมจะหารายละเอียดในส่วนนี้มาเล่าสู่กันฟังสไตล์กันเองในคราวต่อไปครับ ขอบคุณมากที่ติดตามครับ

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซมองค์ที่1 somdej wat rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซมองค์ที่1 ราคาประเมิน3.5ล้าน somdej wat rakang



พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม








สวัสดีครับ พบกันอีกครั้งครับ หลังจากพักผ่อนกันมา4วันในช่วงหยุดยาวเทศกาลวันแม่นี้ หวังว่าเป้นอย่างที่การเดินทางของทุกท่านจะเป็นได้โดยสะดวก และอย่างมีสวัสดิภาพกันทุกคน

วันนี้เช่นเคยครับ หยิบพระองค์นี้จากตลับครับ เป็นตลับเงินเก่าบางทีก็อาราธนาติดตัวครับ หลังๆนี่ถูกโฉลกชอบใจ พระสมเด็จเกศไชโย 7ชั้น ที่สำคัญเนื้อก้นครกหายากมาก เคยเห็นองค์นึงลักษณะนี้อยู่ในมือของเซียนเล่นพระท่านนึงที่เคยลงหนังสือเมื่อหลายสิบปีก่อนที่พ่อซื้อเก็บไว้ศึกษา ที่ชื่อว่า อาจารย์คีโท ถั่วทองครับ อิอิ แล้วโชคดีมากที่เห็นพระองค์นั้นลงแค่ครั้งเดียวแล้วไม่เคยเห้นที่อื่นอีกเลย และผมมั่นใจว่าหากพระองค์นี้ไม่ได้บอกว่าเป็นภาพของอาจารย์คีโท เซียนต้องตีเก๊อย่างไม่ต้องคิด!! จริงๆที่เค้าตีว่าไม่ใช่หรือไม่ทันยุค เพราะต้องกันไว้ก่อนครับ นั่นคือถึงแม้พระองค์นั้นจะแท้70-80% แต่ถ้าคนรับไร้ชื่อเสียง ขาดลมปราณผลักดัน พระองค์นั้นไปไม่ได้ครับ แล้วจะจมทุน แต่ในพระองค์เดียวกันหากอยู่ในมือผู้มีความสามารถข้างต้น จะกลับเป็นแท้อย่างน่ากังขา แท้ดูง่าย แม้จะขัดสายตาหลายคนแต่ส่วนใหญรอรับฟังครับ เค้าถึงต้องหาพระที่100% พิมพ์ถูกเป๊ะ เนื้อถูกเป๊ะ และธรรมชาติต้องเป๊ะ ถ้าให้ดีเหมือนในรูปของเซียนพระระดับสิบสุดยอดในประเทศยิ่งดีครับ และเช่นกัน ต้นทุนของพระก็ต่างกันครับ บางทีไว้ใจเซียนไม่ได้แต่ก็เข้าใจไว้วันหลังเล่าให้ฟัง เคยเจอมั้ยสมเด็จวัดระฆังเข้าสนามองค์ละ500บาท (คนขายถูกตีเก๊ตอนแห่สนามภูธร ตอนหลังเจ็บใจเลยเล่าให้ฟัง) พอหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงขึ้นไป5แสน และออกจากสนามไปราคาหลักล้านบาท!!! และเป้นที่แน่นอนว่าเข้ารังพระเสี่ยไปคนหนึ่งในราคาที่แพงกว่านั้นครับ ผมสะใจไอ้คนเล่าครับที่ขายไปเพราะหวังจะไปต้มเซียนเพราะไม่เชื่อสายตาตัวเองครับ เจอข้อหาเก๊เก่าเลยะกะเอาไปปล่อยรวมๆกะพระอื่นๆยิบย่อยกองนึง ก็แล้วแต่นะครับของแบบนี้พิสูจน์ได้ ถ้ากล้าพอนะครับ หาพระแท้ๆหลักแสนซื้อจากที่ศูนย์เซียนใหญ่แล้วแห่ดู แล้วลองเปิดราคาเท่าที่ซื้อมาครับ ถ้าไม่โดนว่าเก๊ ก็ไม่รับ หรืออาจจะเจอคำพูดขำๆที่ว่า พี่จะซื้อเอาไว้ดูเนื้อ!!!


มาดูที่พระสมเด็จ ฐานแซมองค์นี้กันครับ พระองคืนี้จัดเป็นกลุ่มพิมพ์ใหญ่ฐานแซม ไม่ต้องงครับพิมพ์ฐานแซมก้มีหลายแม่พิมพ์เช่นกันครับ พระสมเด็จองค์นี้นักสะสมสมัยก่อนเรียกเนื้อขนมตุ๊บตั๊บครับ แต่องคืนี้เนื้อรวมตัวกันกว่า เพราะถ้าเป้นขนมตุ๊บตั๊บจริงคงป่นไปแล้ว สภาพรวมพระองค์นี้มีหลายจุดที่ควรศึกษา ธรรมชาติต่างๆ บางช่วงมีรอยทรุดหรือยุบลงเล็กน้อยถ้ามองที่ระนาบผิวจะเห็นชัดเจนครับ พระมีการแตกลายงาน้อยมีก็รอยปริแยกเลย และมีบ่อ มีแอ่ง ที่มวลสารหลุดไปแล้วและยังไม่หลุดประปรายครับ  ผิวทีหลุดก็เผยให้เห็นถึงเนื้อพระภายในที่ขาวตุ่น เค้าว่ากันว่าพระสภาพเก่าจะมีชั้นผิว พระใหม่จะไม่มีครับ ไม่ใช่ชั้นแป้งโรยพิมพ์ แต่เพราะชั้นผิวบนนั้นสัมผัสกับสภาพแวดล้อมหลายอย่าง โดยธรรมชาติในส่วนผิวนั้นจะเป็นส่วนแรกที่สุดที่โดนสัมผัส ยิ่งนานวันความแตกต่างเริ่มปรากฎครับ องค์นี้ลองชมครับจัดเจนเลยทีเดียว

เม็ดพระธาตุ
บริเวณนี้สังเกตุรอยหลุมให้ดี เค้าเรียกว่าเม็ดพระธาตุนะสมัยก่อน ถ้าเม็ดนี้หลุดบริเวณนี้จะเรียกบ่อน้ำตา

รอยแยกพระสมเด็จ
ตรงจุดนี้ทรุดลงไปแบบพื้นทรุด จะไม่ทรุดในทีเดียวแต่ค่อยๆเป็นค่อยๆไป

ชั้นผิวพระ สมเด็จวัดระฆัง
ผิวที่หลุด เผยให้เห็นชั้นของผิว

เนื้อผุด เนื้องอก พระสมเด็จวัดระฆํง
มีเนื้อพระผุดขึ้นมางอกเป็นหย่อมๆ

ขอบพระสมเด็จวัดระฆัง
ขอบพระที่ผ่านการใช้มาจะสึกมนบางจุดมีการหด บางจุดมีเนื้อปูดขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้แลดูเป็นลอนคลื่น

เส้นซุ้มพระสมเด็จวัดระฆัง
แม้พระจะใช้จนสภาพสึกแต่ก็ยังเห้นเส้นซุ้มเซาะคล้ายเส้นขนมจีนวางบนผิวระนาบ



วันนี้ฝากทิ้งท้ายนะครับ เล่นพระหรือของสะสมต้องเล่นด้วยความพอดีให้สมฐานะนะครับ และต้องรู้จุดประสงค์ก่อนครับว่าชอบเพราะรัก ชอบค้นคว้า ชอบวิจัย อย่างผมนี่ออกแนวผจญภัยแบบโจรสลัดหรือซินแบดครับ หรือถ้าชอบเพื่อการพานิชย์ อันนี้แนะนำเลยครับอย่าเล่นนอกลู่นอกทางแบบผม มันจมทุนครับ ให้ท่านไปหาเช่าที่เค้าลงหนังสือไว้ หาหนังสือที่เป้นพวกสากลครับ แล้วซื้อหนังสือเก็บไว้ด้วยที่ผมเห้นๆนะครับ ก็หนังสือกรุงสยาม เซียนพระ ส่วนดัชนีพระก็ดูๆเอาหน่อยครับไม่ใช่ไม่แท้นะครับ แต่จะออกต่อต้องอาศัยเพาเวอร์อย่างที่ผมบอก แต่ข้อดีคือราคาเช่าหาจะถูกกว่า รับรองครับเก็บไว้พระมีแต่ขึ้นราคา เดี่ยวนี้ขนาดพระสมเด็จเก๊ๆ ยังเริ่มที่500บาทนะครับ ถ้ามีโหงวเห้งขึ้นมาบ้าง แบบระดับเกรดD+ เออ...ผมประเมินราคาให้เลยดีกว่า ถ้าC - C+ จะก้ำกึ่งกัน ก็ระดับ 800 บาท ถ้าB ก็ระดับ 2พันอัพ-5พัน(ในระดับนี้มีเก๊ระดับสูงบนมาเยอะ)  ถ้าB+อันนี้พระที่หาที่ไปที่มาไม่ได้ เช่นเนื้อใช่ พิมพ์ไม่ใช่ จะเริ่มที่หมื่นอัพครับเป็นพระแท้ และเก๊ระดับปราบเซียน  ถ้าA ขึ้นไปก็ต้องว่ากันที่หลักหมื่นกลางไปจรดหลักแสนครับ อันนี้จะเป็นพระที่เนื้อใช่ธรรมชาติใช่ แต่พิมพ์ไม่เป๊ะ นั่นคือเป็นพิมพ์ทรงที่ไม่ค่อยปรากฎสู่สายตานักสะสม เซียนขี้เกียจเล่นหาและคนเช่าต้องรู้จริงครับ รวมไปถึงพระที่พิมพ์เพี้ยนๆในบางจุด ซึ่งตรงคอนเซ็ปที่ว่า การพิมพ์พระสมัยก่อนหลายๆครั้งเมื่อมีเนื้อพระติดก้ต้องมีการเคาะการขูด เพื่อให้พิมพ์สะอาด พอทำหลายๆครั้งย่อมมีชำรุด จึงทำให้รายละเอียดบางจุดเปลี่ยนไป ซึ่งสมัยก่อนพระสมเด็จยังไม่มีมูลค่าครับ คนทำถ้ารู้คงตั้งใจใช้แม่พิมพ์เดียวทำแจกให้หมดทุกคน ไม่ต้องให้มานั่งปวดหัวครับ แต่ผมก้ว่าดี เพราะไม่งั้นพระดีดีไม่ตกถึงมือคนจนแน่ครับ   ต่อไปA+พรีเมี่ยมขึ้นไป หลักแสนปลายถึงหลักหลายสิบล้าน พระที่ถูกต้องตามแบบนิยมในหนังสือพระระดับสูงยิ่งอยู่ในมือใครที่ดังเท่าไหร่ราคายิ่งแพง แต่กว่าพระจะถึงแต่ระดับสิบล้าน พระองค์นั้นมีเส้นทางการเป็นมาเยอะครับ แค่เฉพาะค่าลงโฆษณาหน้าปกอย่างเดียว (เคยโทรไปถามขนาดสำนักพิมพ์ที่ไม่ดัง ประมาณ3-5หมื่นอัพ ) ที่เหลือจะมีค่าอะไรบ้างกลับไปลองคิดดูเล่นๆกันครับ  วันนี้เล่าสู่กันฟังแถมท้ายแค่นี้นะครับผม สวัสดีครับ