พระสมเด็จวัดระฆังองค์ที่18 somdej wat rakang amulet
สวัสดีครับทุกท่าน คราวนี้ผมนำสมเด็จมาให้ชมกันอีกองค์ครับ ความแปลกอยู่ที่พระองค์นี้เขย่าแล้วมีกริ่งอยู่ภายในด้วยครับ ไม่ธรรมดาใช่มั้ย พระแบบนี้มีทั้งแท้และมีทั้งปลอม ที่เค้าปลอมเพราะว่าเคยมีของแท้ครับ!! สมัยก่อนต้องนึกดูก่อนนะครับว่าพระสมเด็จพึ่งจะดังยุคหลังๆมานี่เอง สมัยก่อนพระชุดกิมตึ๋งยังดังกว่าครับ แล้วพระพวกนี้ก็มีมานานแล้วเท่าที่สืบความมาได้จากคนเก่าแกที่ยืนยันกันต่อมาว่ามี ก็เอาหน่าเราได้มาฟรีๆจะไปคิดไรมาก ตอนที่ผมพบเจอในหิ้งพระครั้งแรกก็รู้สึกตื่นเต้นครับ เหมือนได้เจอขุมสมบัติ มีใครมีอาการเหมือนผมมั่งมั้ย ที่ผมชอบเดินซื้อหาของเก่าก็เพราะเหมือนได้ไปดูสมบัติของคนอื่นด้วย มันทำให้ได้ความรู้และได้เปิดโลกทัศน์ให้มากขึ้น ผมว่าการดูพระให้เก๊ ง่ายกว่าการดูพระให้แท้นะครับ ผมจำพระสมเด็จระดับต้นของประเทศได้เกือบทั้งหมด แม้แต่เอาพระกลุ่มนี้มาเทียบกันเองก็ยังมีคุณสมบัติไม่ครบ ถ้ายึดตามเกณฑ์จริงๆในจำนวนนั้นจะหายไปกว่าครึ่ง ผมเองก้สงสัยเหมือนกัน อย่างบางทีแบบประมาณว่าพิมพ์เดียวกัน ผมนั่งมองตะแคงไปมา มันเหมือนกันตรงไหนว่ะ อ้าว...เหมือนก็เหมือน อย่างงี้ถ้าแท้ขายได้เป้นสิบล้านก้ต้องจำไว้ครับ เผื่อจะฟลุ๊ค เข้าเวทีไหนก็ต้องเคารพในเวทีนั้น จะเอาเกณฑ์แบบมวยวัดไปเทียบได้ไงครับ
ผมว่าอนาคตจะมีมหาเศรษฐีหน้าใหม่เพิ่มขึ้นมาแล้วก็จะเอาพระสมเด็จที่ตนครอบครองมาอวด คราวนี้แหละจะมีพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ D E F G H ใครก็ไม่กล้าฮือครับ แท้ก็แท้เจ้านาย
ตรงส่วนนี้อยากให้ดูรอยแตกลายงาจากใหญ่ยิบย่อยแตกแขนงเป็นเส้นเล็ก เนื้อหาอย่างกับกระเบื้อง กระทบโต๊ะหินอ่อนดังกิ๊กๆ มีเศษทอง เศษรักติดอยู่ประปราย รักสีออกม่วงดำ
ตรงส่วนนี้ให้ดุรอยรักที่ทิ้งเอาไว้ แล้วก้ตรงรอยยุบตัว แบบค่อยๆเป็นค่อยไปครับ
ตรงส่วนนี้ ฐานจะหนากว่าปกติครับ ผมลืมบอกไปว่าองคืจริงหนาและใหญกว่าปกติเล็กน้อย 4/3 ของพระสมเด็จทั่วไปตามปกติครับ
ด้านหลังครับ ปาดเรียบงดงาม มีริ้วรอยปรากฎ มีคราบตังอิ้วผุดขึ้นเป็นกลุ่มๆ นี่ก็เป็นจุดที่ควรพิจารณาพลาดไม่ได้ครับ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557
วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
พระสมเด็จวัดระฆัง - พระผงที่สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
พระสมเด็จวัดระฆัง - พระผงที่สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
ถ้าจะเอ่ยถึงพระเครื่อง หลายท่านคิดถึงอะไรกันบ้างครับ? ก็คงคิดกันไปได้หลากหลายกันเลย แต่ที่จะน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก ก็น่าจะเป็น "พระสมเด็จ" นะครับ สำหรับผมนะ ถ้าเป็นตอนเด็กก็คงเข้าใจว่าหากพระที่เป็นสีเหลี่ยมก้อนๆเป็นปูนนั่นแหละคือพระสมเด็จ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า "พระสมเด็จ" ใครเป็นผู้สร้าง หรือเรียกพระลักษณะนี้ทั้งหมดเป็นพระสมเด็จ
แต่ในที่จริงแล้วพระลักษณะนี้ มีการสร้างเกิดขึ้นมากมายหลายวัด หลายเกจิอาจารย์ แต่ที่จากการสืบค้นมาพระสมเด็จที่คนกล่าวถึงและนิยมสูงสุดก็คือ พระสมเด็จวัดระฆัง ที่ปลุกเสกและสร้างส่วนผสมมวลสารโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
ประวัติ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
ประวัติพอสังเขป
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เกิดในสมัยรัชกาลที่ 1(นามก่อนบรรพชา: โต)
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นพระสงฆ์มหานิกาย
เป็นพระมหาเถระรูปสำคัญที่ได้รับความนิยมนับถืออย่างมากในประเทศไทย ท่านเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารในสมัยรัชกาลที่ 4-5
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) นับเป็นพระเกจิเถราจารย์ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพนับถือทั่วไปมาตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่
ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านอย่างเขมร ลาว เป็นต้น
และนอกจากจริยาวัตรด้านความสมถะอันโดดเด่นของท่านแล้ว ท่านยังทรงคุณทางด้านวิชชาคาถาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคลเนื้อผง ที่โดยทั่วไป
เรียกว่า "พระสมเด็จ" ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา ได้ถูกจัดเข้าในพระเครื่องเบญจภาคี หรือสุดยอดของพระเครื่องวัตถุมงคล 1 ใน 5 ของประเทศไทย โดย อ.ตรียัมปวาย (พ.อ. ผจญ กิตติประวัติ) ประมาณปี 2490
และมีราคาซื้อขายในปัจจุบันต่อองค์เป็นราคานับล้านบาท ด้วยปฏิปทาจริยาวัตรและคุณวิเศษอัศจรรย์ของท่าน
จากรูปที่เห็น พระเกจิอาจารย์อีกสองรูปนี้ เป็นบุคคลที่สำคัญมากในการสืบค้นตามล่าหาตำนานพระสมเด็จอย่างแท้จริง ทำให้เรารู้ว่ายังมีพระสมเด็จ ที่สมเด็จโตสร้างไว้ในที่ต่างๆ และมีมากมายหลายพิมพ์ทรง และในต่างวาระกัน เรื่องการศึกษาพระสมเด็จในทุกวันนี้ยังไม่ถึงที่สุดครับ
อยากศึกษาอย่างสนุก ไม่งมงาย ราคาไม่แพง ตามความชอบใจ ต้องศึกษาเยอะๆครับ อย่างน้อยๆ2เล่มนี้ควรจะต้องมี
ถ้าจะเอ่ยถึงพระเครื่อง หลายท่านคิดถึงอะไรกันบ้างครับ? ก็คงคิดกันไปได้หลากหลายกันเลย แต่ที่จะน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก ก็น่าจะเป็น "พระสมเด็จ" นะครับ สำหรับผมนะ ถ้าเป็นตอนเด็กก็คงเข้าใจว่าหากพระที่เป็นสีเหลี่ยมก้อนๆเป็นปูนนั่นแหละคือพระสมเด็จ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า "พระสมเด็จ" ใครเป็นผู้สร้าง หรือเรียกพระลักษณะนี้ทั้งหมดเป็นพระสมเด็จ
แต่ในที่จริงแล้วพระลักษณะนี้ มีการสร้างเกิดขึ้นมากมายหลายวัด หลายเกจิอาจารย์ แต่ที่จากการสืบค้นมาพระสมเด็จที่คนกล่าวถึงและนิยมสูงสุดก็คือ พระสมเด็จวัดระฆัง ที่ปลุกเสกและสร้างส่วนผสมมวลสารโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
ประวัติ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
![]() |
| สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) |
ประวัติพอสังเขป
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เกิดในสมัยรัชกาลที่ 1(นามก่อนบรรพชา: โต)
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เป็นพระสงฆ์มหานิกาย
เป็นพระมหาเถระรูปสำคัญที่ได้รับความนิยมนับถืออย่างมากในประเทศไทย ท่านเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารในสมัยรัชกาลที่ 4-5
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) นับเป็นพระเกจิเถราจารย์ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพนับถือทั่วไปมาตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่
ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านอย่างเขมร ลาว เป็นต้น
และนอกจากจริยาวัตรด้านความสมถะอันโดดเด่นของท่านแล้ว ท่านยังทรงคุณทางด้านวิชชาคาถาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคลเนื้อผง ที่โดยทั่วไป
เรียกว่า "พระสมเด็จ" ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา ได้ถูกจัดเข้าในพระเครื่องเบญจภาคี หรือสุดยอดของพระเครื่องวัตถุมงคล 1 ใน 5 ของประเทศไทย โดย อ.ตรียัมปวาย (พ.อ. ผจญ กิตติประวัติ) ประมาณปี 2490
และมีราคาซื้อขายในปัจจุบันต่อองค์เป็นราคานับล้านบาท ด้วยปฏิปทาจริยาวัตรและคุณวิเศษอัศจรรย์ของท่าน
![]() |
| สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) |
จากรูปที่เห็น พระเกจิอาจารย์อีกสองรูปนี้ เป็นบุคคลที่สำคัญมากในการสืบค้นตามล่าหาตำนานพระสมเด็จอย่างแท้จริง ทำให้เรารู้ว่ายังมีพระสมเด็จ ที่สมเด็จโตสร้างไว้ในที่ต่างๆ และมีมากมายหลายพิมพ์ทรง และในต่างวาระกัน เรื่องการศึกษาพระสมเด็จในทุกวันนี้ยังไม่ถึงที่สุดครับ
อยากศึกษาอย่างสนุก ไม่งมงาย ราคาไม่แพง ตามความชอบใจ ต้องศึกษาเยอะๆครับ อย่างน้อยๆ2เล่มนี้ควรจะต้องมี
![]() |
| หนังสือพระสมเด็จ ของ อ.ตรียัมปวาย |
![]() |
| หนังสือพระสมเด็จ ของ อ.แฉล้ม โชติช่วง และ อ.มนัส ยอขันธ์ |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








