วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จบางขุนพรหม กรุเก่า เนื้อหาวัดระฆัง ลงรักเดิม เนื้อตุ๊บตุั๊บ somdej bangkhunprom

พระสมเด็จบางขุนพรหม กรุเก่า somdej bangkhunprom


พระสมเด็จบางขุนพรหม กรุเก่า
พระสมเด็จบางขุนพรหม กรุเก่า



พระองค์นี้ผ่านการใช้มาสมบุกสมบัน อย่างมากมาย เดิมพระองค์นี้น่าจะชุบรักตั้งแต่ที่พระกดเสร็จใหม่ๆ เนื้อพระกับน้ำรักจึงเกือบเป้นเนื้อเดียวกัน พอใช้มานานเข้ารักหลุดพร้อมกับผิวเนื้อด้านบนบางส่วน ทำให้ผิวพระไม่ค่อยแกร่ง แล้วก็ใช้มาตลอดจนเหงื่อซึมเข้าพระทุกวันและช่วยขัดเกลาผิว จึงทำให้พระออกสีคล้ายฟัน ไม่ขาวมากออกเหลืองนิดๆ แต่แลดูสว่างไม่หมองหม่น ใครได้ส่องจะได้รู้ว่ามันส์จริงๆ

พระสมเด็จบางขุนพรหมนี้ เท่าที่ทราบมีการพบเจอหลายกรุ จากหลายสถานที่ ทั้งที่เป็นสถานที่เกี่ยวกับสมเด็จใจทางตรง และทางอ้อม ยังไม่รวมถึง ที่เกี่ยวกับผู้ที่เข้ามาร่วมสร้างครั้งบรรจุเพื่อสืบทอดศาสนา ที่มีทำเกินจาก84000องค์ตามที่สันนิษฐาน และยังมีที่เอาพระที่ชำรุดไป เพื่อขอนำไปไว้ในสถานที่ที่ตนเคารพเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ อีกไม่รู้เท่าไหร่อีกเป็นจำนวนมาก

พระสมเด็จวัดระฆัง ทรงโบราณ somdej wat rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง ทรงโบราณ  somdej wat rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์โบราณ
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์โบราณ




ที่เค้าว่าทรงโบราณ ก็เห็นจะเรียกติดปากกันมาสำหรับพระสมเด็จที่พิมพ์ไม่ใช่สากล และต้องมีเอกลักษณ์ทางพิมพ์ทรงชัดเจน จากรูปพระสมเด็จองค์ที่เอามาให้ลงชมกันนี้นั้น จะเห็นได้ว่า มีเอกลักษณ์และศิลปะชัดเจนแบบฉบับตามที่ผู้รังสรรค์ออกแบบต้องการแม่พิมพ์นี้ยังเป็นแบบแม่พิมพ์เก่า พิมพ์พระแล้วเคาะออกมาตัดข้างนอกเองตามเส้นกรอบตะหาก ส่วนผสมพระโซนนี้เป็นน้ำอ้อย กล้วย น้ำว่าน เป็นตัวประสานเนื้อ เพราะสะดวกกว่าทำน้ำมันตังอิ๊วมาก สมัยก่อนต้องรอนำเข้า ตอนต้นกรุงยังมีการค้าขายสำเภากับประเทศจีนจึงยังมีอยู่มาก

น้ำมันตังอิ๊ว น้ำมันตุง น้ำมันทังออย
น้ำมันตังอิ๊ว น้ำมันตุง น้ำมันทังออย



ผลต้นน้ำมันตุง มะเยาหิน มะเยาเหลี่ยม ทังออย
ผลต้นน้ำมันตุง มะเยาหิน มะเยาเหลี่ยม ทังออย





(น้ำมันตังอิ๊ว  มีเรียกกันหลายชื่อ เช่น ทังออย มะเยาเหลี่ยม มะเยาหิน ต้นน้ำมันตุง หรือ TUNG OIL TREE มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “VERNICIA MONTANA, ALEURITES MONTANA” เป็นพืชน้ำมันชนิดหนึ่ง ที่เนื้อในเมล็ดมีปริมาณน้ำมันสูงใช้ในการผลิตไบโอดีเซล (BIODIESEL) ได้ เป็นพืชโตเร็วสามารถให้ผลผลิตภายใน 3 - 4 ปี มีอายุยืน 100 ปีขึ้นไป ต้นน้ำมันตุงมีถิ่นกำเนิดที่ประเทศจีน จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า CHINA WOOD OIL TREE มีประวัติการปลูกกว่า 1,000 ปี ตั้งแต่ รัชสมัยราชวงศ์ถัง      (TANG DYNASTY) “TUNG” เป็นคำที่มาจากภาษาจีน หมายถึง “หัวใจ” (HEART) ซึ่งมาจาก ลักษณะที่คล้ายรูปหัวใจของใบต้นน้ำมันตุง)


กลับมาดูลักษณะทางกายภาพของพระองค์นี้ครับ เส้นซุ้มอวบใหญ่ ช่องว่างระยะภายในสมส่วนดีมาก พระเมาลีเป็นตุ้มชัดเจน ส่วนพระเกศชัดเจนพริ้วเล็กน้อยแลให้รู้สึกว่ามีการเคลื่อนไหวอยู่ สอดรับกับพระเมาลีเป็นอย่างมาก พระพักต์กลมมนได้สัดส่วน พระกรรณทั้ง2ข้างเป็นลักษณะบายศรี ดูคล้ายปลากำลังกระโดดขึ้นสู่ผิวน้ำ ตรงส่วนพระอุระ ทำให้เห็นชัดเจนว่ามีการห่มจีวรเห็นความนูนของมิติชัดเจน ส่วนวงพระกรนั้นเล่า..ทำให้แลดูเหมือนว่ากำลังทำมือผสานเพื่อทำสมาธิจริง จังหวะการยกไหล่ทอดแขนแลดูสบายไม่แข็ง
ส่วนของพระชงค์กับพระบาท รับได้รูปกับเส้นสายต่างๆเป็นเอกลักษณ์แบบเสมือน รู้ว่าเป็นส่วนใหญ่แต่ทำออกมาได้ชดช้อยกว่าความเป็นจริง ส่วนตั่ง ฐานหมอน ฐานสิงห์ งดงามคล้องจองสอดประสานได้สัดส่วน

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จเกศไชโย องค์ที่1 ราคาประเมินค่ามิได้ somdej ked chaiyo

พระสมเด็จเกศไชโย somdej ked chaiyo

พระสมเด็จเกศไชโย อ่างทอง
พระสมเด็จเกศไชโย อ่างทอง


มีการสันนิษฐานกันมาช้านานว่าผู้สร้างคือสมเด็จโต มีการหาหลักฐานอ้างอิงกันมามากมาย ไปในทางเดียวกันนั้นทั้งสิ้น โดยในส่วนเนื้อหามีทั้งหยาบและละเอียดเนื้อใกล้เคียงกับวัดระฆังแต่บางองค์ก็คล้ายบางขุนพรหม ไม่แน่นอน แต่ถ้าเนื้อขาวออกแนวสีกระดูกจะเป็นอะไรที่ชัวว์กว่าสำหรับพระเกศไชโย ซึ่งผมแน่ใจว่าแม่พิมพ์ตัวนี้เป็นฝีมือแกะจากช่างในวังหลวง และคงต้องมีการทดลองแม่พิมพ์และมีการจ่ายแจกเป็นจำนวนหนึ่งในไม่มากที่พระนคร ในสมัยนั้น ทำให้เนื้อหาพระบางองค์คล้ายทางฝั่งวัดระฆัง อย่างเช่นองค์นี้ครับ เดี๋ยวคราวหน้าจะเอาพระเกศไชโยที่คาดว่าเป็นของวัดไชโยมาให้ดู  องค์นี้สวยงามมากตังอิ้วซึม แป้งโรยพิมพ์เคลือบคลุมผิว ยิ่งทำให้พระน่าดูน่าส่องมากขึ้น เรื่องตังอิ้วที่เอาเข้ามาผสมนั้น ผมวิเคราะห์ได้ว่าไม่ใช่เริ่มมีใช้ตอนหลวงวิจารย์แนะนำหรอกครับ แต่เค้าใช้กันมานานแล้ว โดยเฉพาะพระสมเด็จยุคแรกๆก็มีใช้เหมือนกัน เดี๋ยวมีเวลาจะเล่าให้ฟังครับเรื่องมันยาว เดี่ยวพอศึกษาไปหาข้อมูลกันไปความจริงก็จะปรากฎ

สมัยก่อนใครหาพระสมเด็จวัดระฆังไม่ได้ พระสมเด็จบางขุนพรหมไม่ได้ก็ต้องพระสมเด็จเกศไชโยนี่แหละครับ โดยส่วนมากพุทธคุณทางพระสมเด็จจะออกแนว ให้ผู้อื่นเมตตาเรา ให้ทำมาค้าขายในอาชีพที่สุจริตดี แล้วเมื่อถึงคราวเดือดร้อนจะเหมือนมีเรื่องต่างๆเข้ามาช่วยให้คลี่คายนะครับ ในจุดๆนี้เชื่อว่าเป็นอย่างนั้นจริง

วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์ที่2 ราคาประเมินมิได้ somdej wat rakang

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์ที่2 ราคาประเมินมิได้ somdej wat rakang


พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่





โอ้โห!!! หยิบองค์ที่2จากที่เก็บก็องค์นี้เลยแหะ องค์นี้เป็นพระเก่าเก็บสภาพเดิมไม่เคยใช้แต่มีจับต้องสัมผัสมา จะสังเกตุว่าท่านผู้กดพิมพ์ตั้งใจกฎพระสุดฤทธิ์ เอาให้ชัดๆ คมทุกซอกทุกสัดส่วนกันไปเลย เป็นแม่พิมพ์ที่สวยงาม ดูยิ่งใหญ่ แต่แฝงความเรียบง่าย สงบ แลดูมีอำนาจแฝง เนื้อหาน่าส่องมากมาย


มีคนเคยถามว่าพระแท้นี่ศักดิ์สิทธิ์ถึงขนาดยิงแทงไม่เข้าเหรอ ก็ขออกตัวก่อนว่าอยู่ที่สถานการณ์เฉพาะคน ไม่ได้เกิดกับทุกคนนะครับ หลักๆมันมีกรรมเป็นตัวกำหนดครับ เคยเห็นเจ้าพ่อโดนยิงตายคารถโดยมีพระสมเด็จวัดระฆังคาปากมั้ยละครับ เค้ากะอมไว้ในปากกะให้ปืนยิงไม่ออกสุดท้ายก็ตาย ถ้าเราเป็นคนดี รักษาศีลหมั่นทำบุญ หากถึงคราวเคราะห์เล็กน้อย พระก็ช่วยปัดเป่าไปได้ครับ แต่ถ้ากรรมหนักยังไงก็ตายครับ พระสมเด็จวัดระฆัง มีจุดดีหลายๆส่วนที่คนอยากได้ไว้ครอบครอง นั่นคือ
1.ผู้สร้างเป็นอริยะสงฆ์เจ้า ตัดขาดกิเลสทางโลก ไม่มุ่งหวังลาภยศ ถึงแม้ท่านจะดำรงฐานะเป็นถึงสมเด็จแต่เพราะมีเหตุ อยากรู้ต้องติดตามครับ เดี๋ยวเอามาเขียนสำหรับคนไม่รู้ หรือใครใจร้อนไปหาประวัติดูได้ทางเว็บไซด์นะครับ

2.มวลสารพิเศษมากมายที่ท่านรวบรวมมาไว้ หลายๆสิ่งที่สมัยนี้ไม่มีแล้ว

3.มีความเก่าแก่ มีพุทธศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม

4.ผู้ที่ช่วยกดทำพระ ล้วนมาด้วยใจ ด้วยศรัทธา เพื่อร่วมทำบุญ มีทั้งคนทั่วไป ขุนนาง คนติดฝิ่น(ให้มานั่งทำเพื่อให้มีสมาธิ และเพื่อลดอาการติด มีคนเลิกได้หลายคน แต่นี่เป้นข้อมูลปากต่อปากไม่ได้มีบันทึกนะ ผมแทรกไว้เฉยๆ) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้หวังให้ได้ตอบแทนเป็นทรัพย์สินอื่นไม่ ทั้งนี้ทำเพื่อกุศลกรรมจริงๆ  ถ้าสมัยนี้...ไม่พูดดีกว่าคิดเอาเอง

5.มีราคาสูง เอ้ย!!! อันนี้ไม่ใช่ แต่คิดว่าหลายคนคิดนะ 5555+

6.อาจจะมีเหตุผลอื่นที่มากกว่านี้ เด๋วไว้คิดได้ค่อยมาพิมพ์เติมทีหลัง คนมาดูกลุ่มแรกๆต้องทำใจนะ


ในมวลสารสมเด็จนั้นมีอะไรมั่ง? ไว้ต่อคราวหน้าละกัน วันนี้ผมแอบแว๊บมา ก่อนที่จะเตรียมตัวไปทำธุระส่วนตัวนะครับ วันนี้ขอให้ความสวัสดีจงมีแก่ทุกท่าน





วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซมองค์ที่1 somdej wat rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซมองค์ที่1 ราคาประเมิน3.5ล้าน somdej wat rakang



พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม








สวัสดีครับ พบกันอีกครั้งครับ หลังจากพักผ่อนกันมา4วันในช่วงหยุดยาวเทศกาลวันแม่นี้ หวังว่าเป้นอย่างที่การเดินทางของทุกท่านจะเป็นได้โดยสะดวก และอย่างมีสวัสดิภาพกันทุกคน

วันนี้เช่นเคยครับ หยิบพระองค์นี้จากตลับครับ เป็นตลับเงินเก่าบางทีก็อาราธนาติดตัวครับ หลังๆนี่ถูกโฉลกชอบใจ พระสมเด็จเกศไชโย 7ชั้น ที่สำคัญเนื้อก้นครกหายากมาก เคยเห็นองค์นึงลักษณะนี้อยู่ในมือของเซียนเล่นพระท่านนึงที่เคยลงหนังสือเมื่อหลายสิบปีก่อนที่พ่อซื้อเก็บไว้ศึกษา ที่ชื่อว่า อาจารย์คีโท ถั่วทองครับ อิอิ แล้วโชคดีมากที่เห็นพระองค์นั้นลงแค่ครั้งเดียวแล้วไม่เคยเห้นที่อื่นอีกเลย และผมมั่นใจว่าหากพระองค์นี้ไม่ได้บอกว่าเป็นภาพของอาจารย์คีโท เซียนต้องตีเก๊อย่างไม่ต้องคิด!! จริงๆที่เค้าตีว่าไม่ใช่หรือไม่ทันยุค เพราะต้องกันไว้ก่อนครับ นั่นคือถึงแม้พระองค์นั้นจะแท้70-80% แต่ถ้าคนรับไร้ชื่อเสียง ขาดลมปราณผลักดัน พระองค์นั้นไปไม่ได้ครับ แล้วจะจมทุน แต่ในพระองค์เดียวกันหากอยู่ในมือผู้มีความสามารถข้างต้น จะกลับเป็นแท้อย่างน่ากังขา แท้ดูง่าย แม้จะขัดสายตาหลายคนแต่ส่วนใหญรอรับฟังครับ เค้าถึงต้องหาพระที่100% พิมพ์ถูกเป๊ะ เนื้อถูกเป๊ะ และธรรมชาติต้องเป๊ะ ถ้าให้ดีเหมือนในรูปของเซียนพระระดับสิบสุดยอดในประเทศยิ่งดีครับ และเช่นกัน ต้นทุนของพระก็ต่างกันครับ บางทีไว้ใจเซียนไม่ได้แต่ก็เข้าใจไว้วันหลังเล่าให้ฟัง เคยเจอมั้ยสมเด็จวัดระฆังเข้าสนามองค์ละ500บาท (คนขายถูกตีเก๊ตอนแห่สนามภูธร ตอนหลังเจ็บใจเลยเล่าให้ฟัง) พอหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงขึ้นไป5แสน และออกจากสนามไปราคาหลักล้านบาท!!! และเป้นที่แน่นอนว่าเข้ารังพระเสี่ยไปคนหนึ่งในราคาที่แพงกว่านั้นครับ ผมสะใจไอ้คนเล่าครับที่ขายไปเพราะหวังจะไปต้มเซียนเพราะไม่เชื่อสายตาตัวเองครับ เจอข้อหาเก๊เก่าเลยะกะเอาไปปล่อยรวมๆกะพระอื่นๆยิบย่อยกองนึง ก็แล้วแต่นะครับของแบบนี้พิสูจน์ได้ ถ้ากล้าพอนะครับ หาพระแท้ๆหลักแสนซื้อจากที่ศูนย์เซียนใหญ่แล้วแห่ดู แล้วลองเปิดราคาเท่าที่ซื้อมาครับ ถ้าไม่โดนว่าเก๊ ก็ไม่รับ หรืออาจจะเจอคำพูดขำๆที่ว่า พี่จะซื้อเอาไว้ดูเนื้อ!!!


มาดูที่พระสมเด็จ ฐานแซมองค์นี้กันครับ พระองคืนี้จัดเป็นกลุ่มพิมพ์ใหญ่ฐานแซม ไม่ต้องงครับพิมพ์ฐานแซมก้มีหลายแม่พิมพ์เช่นกันครับ พระสมเด็จองค์นี้นักสะสมสมัยก่อนเรียกเนื้อขนมตุ๊บตั๊บครับ แต่องคืนี้เนื้อรวมตัวกันกว่า เพราะถ้าเป้นขนมตุ๊บตั๊บจริงคงป่นไปแล้ว สภาพรวมพระองค์นี้มีหลายจุดที่ควรศึกษา ธรรมชาติต่างๆ บางช่วงมีรอยทรุดหรือยุบลงเล็กน้อยถ้ามองที่ระนาบผิวจะเห็นชัดเจนครับ พระมีการแตกลายงาน้อยมีก็รอยปริแยกเลย และมีบ่อ มีแอ่ง ที่มวลสารหลุดไปแล้วและยังไม่หลุดประปรายครับ  ผิวทีหลุดก็เผยให้เห็นถึงเนื้อพระภายในที่ขาวตุ่น เค้าว่ากันว่าพระสภาพเก่าจะมีชั้นผิว พระใหม่จะไม่มีครับ ไม่ใช่ชั้นแป้งโรยพิมพ์ แต่เพราะชั้นผิวบนนั้นสัมผัสกับสภาพแวดล้อมหลายอย่าง โดยธรรมชาติในส่วนผิวนั้นจะเป็นส่วนแรกที่สุดที่โดนสัมผัส ยิ่งนานวันความแตกต่างเริ่มปรากฎครับ องค์นี้ลองชมครับจัดเจนเลยทีเดียว

เม็ดพระธาตุ
บริเวณนี้สังเกตุรอยหลุมให้ดี เค้าเรียกว่าเม็ดพระธาตุนะสมัยก่อน ถ้าเม็ดนี้หลุดบริเวณนี้จะเรียกบ่อน้ำตา

รอยแยกพระสมเด็จ
ตรงจุดนี้ทรุดลงไปแบบพื้นทรุด จะไม่ทรุดในทีเดียวแต่ค่อยๆเป็นค่อยๆไป

ชั้นผิวพระ สมเด็จวัดระฆัง
ผิวที่หลุด เผยให้เห็นชั้นของผิว

เนื้อผุด เนื้องอก พระสมเด็จวัดระฆํง
มีเนื้อพระผุดขึ้นมางอกเป็นหย่อมๆ

ขอบพระสมเด็จวัดระฆัง
ขอบพระที่ผ่านการใช้มาจะสึกมนบางจุดมีการหด บางจุดมีเนื้อปูดขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้แลดูเป็นลอนคลื่น

เส้นซุ้มพระสมเด็จวัดระฆัง
แม้พระจะใช้จนสภาพสึกแต่ก็ยังเห้นเส้นซุ้มเซาะคล้ายเส้นขนมจีนวางบนผิวระนาบ



วันนี้ฝากทิ้งท้ายนะครับ เล่นพระหรือของสะสมต้องเล่นด้วยความพอดีให้สมฐานะนะครับ และต้องรู้จุดประสงค์ก่อนครับว่าชอบเพราะรัก ชอบค้นคว้า ชอบวิจัย อย่างผมนี่ออกแนวผจญภัยแบบโจรสลัดหรือซินแบดครับ หรือถ้าชอบเพื่อการพานิชย์ อันนี้แนะนำเลยครับอย่าเล่นนอกลู่นอกทางแบบผม มันจมทุนครับ ให้ท่านไปหาเช่าที่เค้าลงหนังสือไว้ หาหนังสือที่เป้นพวกสากลครับ แล้วซื้อหนังสือเก็บไว้ด้วยที่ผมเห้นๆนะครับ ก็หนังสือกรุงสยาม เซียนพระ ส่วนดัชนีพระก็ดูๆเอาหน่อยครับไม่ใช่ไม่แท้นะครับ แต่จะออกต่อต้องอาศัยเพาเวอร์อย่างที่ผมบอก แต่ข้อดีคือราคาเช่าหาจะถูกกว่า รับรองครับเก็บไว้พระมีแต่ขึ้นราคา เดี่ยวนี้ขนาดพระสมเด็จเก๊ๆ ยังเริ่มที่500บาทนะครับ ถ้ามีโหงวเห้งขึ้นมาบ้าง แบบระดับเกรดD+ เออ...ผมประเมินราคาให้เลยดีกว่า ถ้าC - C+ จะก้ำกึ่งกัน ก็ระดับ 800 บาท ถ้าB ก็ระดับ 2พันอัพ-5พัน(ในระดับนี้มีเก๊ระดับสูงบนมาเยอะ)  ถ้าB+อันนี้พระที่หาที่ไปที่มาไม่ได้ เช่นเนื้อใช่ พิมพ์ไม่ใช่ จะเริ่มที่หมื่นอัพครับเป็นพระแท้ และเก๊ระดับปราบเซียน  ถ้าA ขึ้นไปก็ต้องว่ากันที่หลักหมื่นกลางไปจรดหลักแสนครับ อันนี้จะเป็นพระที่เนื้อใช่ธรรมชาติใช่ แต่พิมพ์ไม่เป๊ะ นั่นคือเป็นพิมพ์ทรงที่ไม่ค่อยปรากฎสู่สายตานักสะสม เซียนขี้เกียจเล่นหาและคนเช่าต้องรู้จริงครับ รวมไปถึงพระที่พิมพ์เพี้ยนๆในบางจุด ซึ่งตรงคอนเซ็ปที่ว่า การพิมพ์พระสมัยก่อนหลายๆครั้งเมื่อมีเนื้อพระติดก้ต้องมีการเคาะการขูด เพื่อให้พิมพ์สะอาด พอทำหลายๆครั้งย่อมมีชำรุด จึงทำให้รายละเอียดบางจุดเปลี่ยนไป ซึ่งสมัยก่อนพระสมเด็จยังไม่มีมูลค่าครับ คนทำถ้ารู้คงตั้งใจใช้แม่พิมพ์เดียวทำแจกให้หมดทุกคน ไม่ต้องให้มานั่งปวดหัวครับ แต่ผมก้ว่าดี เพราะไม่งั้นพระดีดีไม่ตกถึงมือคนจนแน่ครับ   ต่อไปA+พรีเมี่ยมขึ้นไป หลักแสนปลายถึงหลักหลายสิบล้าน พระที่ถูกต้องตามแบบนิยมในหนังสือพระระดับสูงยิ่งอยู่ในมือใครที่ดังเท่าไหร่ราคายิ่งแพง แต่กว่าพระจะถึงแต่ระดับสิบล้าน พระองค์นั้นมีเส้นทางการเป็นมาเยอะครับ แค่เฉพาะค่าลงโฆษณาหน้าปกอย่างเดียว (เคยโทรไปถามขนาดสำนักพิมพ์ที่ไม่ดัง ประมาณ3-5หมื่นอัพ ) ที่เหลือจะมีค่าอะไรบ้างกลับไปลองคิดดูเล่นๆกันครับ  วันนี้เล่าสู่กันฟังแถมท้ายแค่นี้นะครับผม สวัสดีครับ

วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์ที่1 somdej wat rakang

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์ที่1 somdej wat rakang

พระสมเด็จวัดระฆัง ยุคปลาย
พระสมเด็จวัดระฆัง ยุคปลาย


สวัสดีครับผม พบกันอีกเช่นเคยนะครับ วันนี้ผมเอาภาพพระสมเด็จแนวเก่าๆมาฝากอีกแล้วครับ หยิบได้องค์ไหนก่อนก็เอามาถ่ายก่อนเลยครับ รักและเคารพศรัทธาทุกองค์เหมือนกัน องค์นี้บอกก่อนเลยว่าเป็นพระนอกวงการครับ ในวางการไม่นิยม!!! อันพระสมเด็จนั้น หากใครไม่เคยได้สัมผัสจะไม่เข้าใจครับ จริงๆเราไม่ได้เป้นคนเลือกพระครับ แต่พระเป็นคนเลือกเราครับ จะเห็นว่าทำไมพระที่อยุ่บนหิ้งหรืออยู่บนแผงทำไมไม่มีใครไปหยิบ แต่ต้องเป็นเรา นั่นเป็นเพราะว่า มีพลังบางอย่างให้เราหยิบและเกิดศรัทธาเลยเช่ากลับมาครับ ซึ่งคนอื่นจะไม่มี ความรู้สึกแบบนั้นครับ เอาง่ายๆพระบางองค์ของเราแท้เราว่าไม่สวยแต่คนอื่นบอกว่าสวยสุดยอด แต่องค์ที่เราว่าสวยกลับบอกกันว่าไม่สวย ก็เป็นซะอย่างนั้นไปก็มี...

เอาละครับ ขอกลับเข้ามาที่พระองค์นี้ก่อน พระองค์นี้ลักษณะทั่วไปพระผงสีขาว มีแตกลายงา มีรอยยุบตัวบ้าง ซึง่เป้นธรรมชาติอย่างนึงที่พระสมเด็จควรที่จะมีครับ ส่วนพระผสมของมวลสารค่อนข้างดีที่เดียว ดูจากเอกลักษณ์ของแม่พิมพ์และส่วนผสมทางเนื้อหาน่าจะเป็นพระสมเด็จของสมเด็จโตยุคปลายๆครับ องค์พระมีความสวยงามและแกร่งพอดู คล้ายผิวกระเบื้องหินอ่อน แต่ยังคงทำแม่พิมพ์แบบตัดภายนอกอยู่!!! พระสมเด็จยุคหลังมีข้อดีคือ
1.จะสวยงามและมีมวรสารเพิ่มเติมครบครันกว่ายุคแรกๆ
2.การภาวนาจิต การลงคาถานั้นวิชาย่อมแกร่งกล้ากว่าตอนที่ท่านยังพรรษาอ่อนๆอยู่
3.มีหลายพิมพ์ทรง โดยเฉพาะหลงหูหลงตามีมาก ทำให้เราเช่าหาราคาถูก

แต่ทั้งนั้นท่านต้องศึกษาหลายตำรามาเทียบกันครับ ยิ่งรู้มากยิ่งได้พระดีเยอะ และที่สำคัญครับ ท่านต้องจำไว้ ใจเราต้องหนักแน่นครับ อย่าลืมว่าพระเลือกเรา ไม่ใช่เราเลือกพระ

พระองค์แรกที่หยิบออกมาอย่างไม่ตั้งใจ แต่พอเขียนออกมาเล่าสู่กันไป กลับทำให้กลายเป็นกำลังใจให้กับนักสะสมนอกวงการทุกท่าน ซึ่งผมคิดว่าทุกท่านคงต้องมีพระสมเด็จที่เค้าว่าไม่ใช่ ว่าเก๊ หรือไม่แน่ใจ ก็จะได้ระลึกไว้ว่า "เก๊อยู่ในมือเรา ดีกว่าไปแท้ในมือเค้านะครับ"  วันนี้ขอลาไปก่อนนะครับผม ขอให้มีความสุขในวันหยุดติดต่อกัน4วันครับผม

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พระเครื่ององค์แรกที่ได้ลงกล้อง...พระสมเด็จวัดระฆัง somdej wat rakang

พระเครื่ององค์แรกที่ได้ลงกล้อง...พระสมเด็จวัดระฆัง somdej wat rakang

พระสมเด็จ, พระสมเด็จวัดระฆัง, พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่
พระสมเด็จ, พระสมเด็จวัดระฆัง, พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ มูลค่า 5ล้านบาท



พระสมเด็จ, พระสมเด็จวัดระฆัง, พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่
พระสมเด็จ, พระสมเด็จวัดระฆัง, พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่

พระสมเด็จองค์นี้เป็นพระเครื่ององค์แรกที่ได้ส่องแต่ก่อนเป็นของพ่อครับ พ่อเอาองค์นี้มาสอน พระสมเด็จองค์นี้ไม่เคยถูกนำมาบูชาเลย สภาพเป็นอย่างงี้ตั้งแต่พอได้รับมา สภาพแบบนี้พ่อบอกว่าค่อนข้างสมบูรณ์แล้วถ้าได้ใช้อีกหลายๆปีผิวจะชุ่มฉ่ำกว่านี้ สีสรรจะจัดจ้าน ซึ่งแลกกลับมากับพระที่ช้ำและสึกแต่ทำให้ได้เสน่ห์ไปอีกทางนึง พ่อบอกว่าพระสมเด็จแต่ละองค์จะมีความคล้ายกัน และความไม่คล้ายกัน แต่ให้เรียนจากที่ส่วนใหญ่คล้ายกันก่อน แล้วศึกษาธรรมชาติให้เป็น แล้วเอาไปต่อยอดหาพระเอาเอง แต่เริ่มแรกพ่อบอกให้เอาไปนั่งส่องก่อนให้เอาพระวางบนผ้านุ่มๆหนาๆระวังทำแตก แล้วก็สอนวิธีหยิบพระวางบนฝ่ามือให้ถูกต้อง เออ..พ่อยังบอกอีกว่า ให้หาแว่นส่องพระดีๆ ขนาดซัก10x-16x ถ้าได้ที่เค้าไว้ส่องเพชรยิ่งดี ตาจะได้ไม่เสีย แล้วก็ส่องได้นาน ดูนุ่มนวลตามากกว่า กล้องอันแรกผมเก็บเงินซื้อเองยี่ห้อ BelOMO ขนาด10x ครับ ซื้อมือสองจากคลองถมอันละ 200 บาทมั้งถ้าจำไม่ผิด เอาละกลับมาคุยที่ค้างไว้ต่อ ก่อนที่ผมจะส่องผมว่าพระองค์นี้สีเหมือนต้มยำน้ำข้นที่แอบใส่นมนิดๆนะ ไม่ค่อยเหมือนพระผงแบบที่เห็นทั่วไป เมื่อได้รรดกล้องมองไปที่พระองค์นี้ ครั้งแรกที่ผมได้ส่องพระ ผมเหมือนได้เห็นภูมิประเทศของอาณาจักนึง มีทั้งรอยแตกยุกยิก มีบางอย่างเกาะผิวเป็นหย่อมๆขาวๆ มีบางอย่างปุดซึมขึ้นมา พอค่อยๆพลิกส่องเอียงๆให้โดนแสง บางจุดส่องประกายเป็นจุด บางมุมมีแท่งเทา บางจุดเป็นก้อนเล็กสีม่วงคล้ายสีเผือก บางจุดเป็นเทาขุ่น บางจุดมีสีทองประกาย บางจุดมีสีเงินประกาย มีแผ่นส้มๆเล็กๆ มีจุดสีดำ เหล่านี้พ่อว่าเป็นมวรสารที่ไว้โรยที่ผสมตอนกดพิมพ์พระขึ้นมา โดยหลักการผู้ทำมักต้องการที่จะกะในจำนวนที่เท่าๆกัน แต่ความเป็นจริง อาจมีหนักมือ เบามือกันไปบ้าง อาจจะมีมวรสารครบ อาจขาดบ้าง แล้วแต่จริงๆครับ เดี๋ยววันหน้าจะหาเทคนิคมาถ่ายเจาะลึกแบบมาโครให้ได้เห็นกัน ในส่วนต่างๆผมชอบส่องที่สุดก็คงจะเป็นส่วนวงแขนตรงช่วงท้องกับหน้าอกครับ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรส่องแล้วสบายตาจัง ผมว่าเส้นสายการจัดวางนี่ละมั้งที่เค้าว่า เป็นงานระดับมาสเตอร์พีซ ของคนที่เป็นระดับช่างหลวง เอ...ว่าแต่ช่างหลวงมีหลายคนนะครับ ช่างหลวงที่ตำราหลายเล่มต่างยกย่องถึงเรื่องการทำแม่พิมพ์ให้กับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ต่อจากนี้ไปผมขอเอ่ย พระนามท่านอย่างย่อว่าสมเด็จโตนะครับ ช่างหลวงผู้นั้นคือ หลวงวิจารณ์เจียรนัย ว่ากันว่าเพราะความศรัทธา ท่านจึงแกะแม่พิมพ์จากหินอ่อนไปถวาย อันนี้ผมก็ไม่รู้ซินะครับ คือเกิดไม่ทัน ทุกอย่างเป็นตำนานเล่าต่อกันมา ส่วนจำนวนแม่พิมพ์ ที่คุณหลวงทำถวาย บ้างก็ว่ามี2อัน  หนึ่งพิมพ์ใหญ่ และหนึ่งพิมพ์เกศบัวตูม แต่ก็ว่ากันอีกว่าไม่ใช่ น่าจะมี4แบบ โดยมีเพิ่มมา2 นั่นคือพิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ฐานแซม และไม่แน่ใจว่าอีกพิมพ์นึงพิมพ์ที่5 นั่นคือพิมพ์ปรกโพธิ์ นั้นจะได้รับการยอมรับหรือไม่ ถ้าในระดับผู้สะสมนอกวงการทั่วไปล้วนยอมรับว่าใช่ แต่คนในวงการระดับสูง(ตอนนั้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว) ยังคลุมเครือ แล้วปัญหาอีกอย่างคือ ถ้าเช่นนั้น พิจารณาแค่พิมพ์ใหญ่อย่างเดียว ที่เป็นพระระดับหลักล้าน ที่ล้วนบอกว่าต่างก็เป็นพิมพ์หลวงวิจารย์ทั้งสิ้น แล้วพยายามบอกว่าพิมพ์เดียวกัน ในบางอค์เหมือนกันจริงๆผมเอามาเทียบแบบฟิมล์ใสดูเลยครับ ทั้งซุ้ม ทั้งองค์พระวางอยู่ในตำแหน่งเดียวกันเป๊ะ และขนาดเส้นสายเท่ากันด้วย แต่บางองค์นั้นผมเอามาเทียบแล้วไม่ใช่เลย ซึ่งถ้าเอาพระสมเด็จในวงการกลุ่มราคานิยมหลักล้านมาพิจารณา ผมได้ออกมาประมาณ10กว่าแบบ นี่เฉพาะพิมพ์ใหญ่นะครับ ที่ใกล้เคียงทั้งธรรมชาติและเนื้อหา แต่....น่าแปลกใจคือ นับวันมีพระหลายๆองค์ที่หายสาปสูญไปจากหน้าสารบบหนังสือพระ จะเห็นแต่มีพระสมเด็จหน้าดาราองค์เดิมๆ จนทำให้นักสะสมหน้าใหม่ๆเข้าในว่า พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ มีแค่4ไม่เกิน6แบบ แค่4แบบวงการระดับนั้นยังไม่อยากรับเลยผมขอพูดตรงๆ เพราะไม่มีส่วนได้เสีย เดี่ยวเรื่องนี้ขอพักไว้ก่อนเดี๋ยววันหน้าค่อยมาว่ากันต่อนะ เพราะรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมาก และยังไม่รวมแม่พิมพ์อันอื่นๆอีกที่เค้าว่ากันว่ามีกันหลายร้อยแม่พิมพ์เลยทีเดียว ที่ได้ความรู้ว่าก็เพราะเริ่มจากการส่องพระองค์นี้แหละครับ  บางคนอาจจะพลาดพลั้งทำของดีหลุดมือไปก็เพราะแบบนี้แหละครับ อยากฝากไว้เรื่องนะครับ เราสะสมพระก็จริงอยู่ว่าบางทีก็ต้องออกตัวปล่อยของบ้าง แต่ก็อย่าให้เงินมันทำให้เกิดกิเลสความโลภจนบังตา แล้วสักวันพออายุเริ่มมากขึ้น ประสบการณ์มากขึ้น ก็จะเข้าใจครับว่าพระเครื่องให้อะไรเรามากกว่านั้น แล้วอย่าลืมติดตามกันตอนต่อไปนะครับ เดี๋ยวเอาพระสมเด็จมาค่อยให้ชมทีละองค์นะครับ